[Free! Fanfiction]: In touch – 1

[Free! Fanfiction]: In touch

Pairing: Mako*Haru

Rate : PG

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าหากว่าการจมอยู่กับสิ่งๆหนึ่งคืออาการเสพย์ติดแล้วล่ะก็…

ผมก็คงเสพติดขั้นร้ายแรงที่สุด….

“เหมียว~”

 

เจ้าแมวสีขาวแต้มเทาเดินมาคลอเคลียแถวขาเกงกาง เหมือนทุกเช้าที่มันทำ หรือคือทุกครั้งที่ได้เจอผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่มีแววตาใจดี เขามักจะย่อตัวลงใช้ข้อนิ้วชี้เกลี่ยคางมันอย่างเอาใจ เจ้าเหมียวเอียงคอให้ได้มุมที่ถนัด พร้อมกับเอาข้างหัวไถมือคนช่างเอาใจเป็นการตอบแทน

 

“อรุณสวัสดิ์ เจ้าเหมียว~”

 

“เหมียว~~”

 

มันร้องตอบคำทักทายของเขาทั้งที่ไม่เข้าใจภาษา แต่ใบหน้าของมนุษย์ที่พูดกับมันยิ้มแย้มอย่างอบอุ่นทำให้มันอยากจะส่งเสียงตอบรับ มันเข้าไปคลอเคลียที่มือใหญ่นั้นอย่างน่าเอ็นดู ต่อเวลาให้เจ้าเหมียวอ้อนนานขึ้นอีกนิด

 

“โอ๋~ ไม่ได้นะ นายจะทำให้ฉันไปสายแล้ว ไว้ฉันจะหาของกินมาให้ นะ?” มือใหญ่ลูบหัวและหูนุ่มนิ่มของแมวขี้อ้อนราวกับพูดกันรู้เรื่อง

 

เขาละจากสัตว์ตัวเล็ก วิ่งเหยาะๆเลี้ยวไปอีกทาง จะว่าเป็นทางไปโรงเรียนก็ไม่เชิง ที่จริงจะไม่ผ่านก็ได้ แต่บริเวณนี้ คือที่ที่เขามาทุกวันตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก…

ที่ที่มีเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาอาศัยอยู่….

“ฮารุ?” มือใหญ่แง้มประตูทางเข้า ร้องเรียกเจ้าของบ้านก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไป

“ฮารุ~?” เมื่อไม่มีเสียงตอบ จึงถอดรองเท้าแล้วเดินหันซ้ายหันขวา

 

ห้องนั่งเล่น… ไม่มี

ในครัว… ไม่มี

 

เวลานี้เจ้าของบ้านน่าจะตื่นแล้ว…. งั้นตอนนี้ก็น่าจะ…

“ขออนุญาตนะครับ~” มือใหญ่เลื่อนบานประตูห้องน้ำออก มองไปยังอ่างแช่น้ำ เงาสีดำไหวอยู่ท่ามกลางน้ำปริ่มอ่าง “ฮารุ”

 

เงาในอ่างกระเพื่อมไหว เจ้าของชื่อผุดขึ้นจากน้ำอย่างเชื่องช้า ราวกับเสียดายช่วงเวลาอันแสนสุขนั้น ดวงตาใสเหลือบมองมือที่ยื่นมา แล้วตอบรับมือนั้นที่ดึงเขาออกจากอ่างน้ำ

 

“ฮารุ นี่เจ็ดโมงแล้วนะ เรากำลังจะสายแล้ว แล้วเดี๋ยวโกจังก็จังบ่นเอาอีก”

 

เจ้าของบ้านไม่สนใจ ไม่ว่าเวลาตอนนี้จะกี่โมง แต่ข้าวเช้าต้องมาก่อน…

ขาโปร่งก้าวไปยังบริเวณห้องครัว เขาหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่ลวกๆทั้งที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ท่อนล่างยังคงเป็นกางเกงว่ายน้ำที่ยังเปียกชุ่ม

ปลาซาบะในตู้เย็นยังคงส่งกลิ่นสดใหม่ เตาแก๊สถูกจุดขึ้นพร้อมวางกระทะแบน ระหว่างนั้นก็หันไปจัดการกับหม้อต้มใบเล็กสำหรับซุปในยามเช้า หั่นใบมิโซะ เต้าหู้ก้อน และวนกลับมาที่วางซาบะลงบนกระทะใช้ย่าง รอจนกลิ่นชอมโชย

 

“ฮารุ เช็ดตัวก่อนนะ? นายทำพื้นเลอะไปหมดแล้ว” ถึงจะยื่นผ้าเช็ดตัวให้ แต่ฮารุก็ไม่สนใจ มือใหญ่จึงวางผ้าขนหนูแปะลงบนศีรษะกลมทุย และซับน้ำออกจากผมให้ “เดี๋ยวฉันไปจัดโต๊ะให้นะ? ข้าวเมื่อวานน่าจะเหลือพอมื้อนี้เนอะ?”

 

เมื่อเห็นว่ามีอีกคนช่วยเตรียม ฮารุก็ทิ้งทุกสิ่งไว้ตรงนั้นทันทีที่ปลาซาบะพร้อมเสิร์ฟ เขาขึ้นไปจัดการแต่งตัวในชุดฤดูร้อน และเสียเวลาในการเลือกชุดว่ายน้ำสักหน่อย ก่อนจะเดินลงมาที่โต๊ะอาหาร ทุกอย่างจัดเรียงพร้อมให้เขาลงมือทาน

 

“ฉันเห็นโทรศัพท์มือถือของนายปล่อยแบตหมดอยู่ตรงโถงห้องนั่งเล่น ฉันเลยเสียบชาร์ตแบตให้อยู่นะ” คนตัวใหญ่นั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงข้ามเจ้าของบ้าน “วันนี้ตอนเย็นก็ต้องซ้อมอีกสินะ? คราวนี้เป็นตาของนายที่ต้องช่วยดูเรย์แล้วนะ”

 

อาหารมื้อเช้าจัดการเรียบร้อย เขายังเหลือเวลาพอดิบพอดีในการเดินไปโรงเรียน และไปว่ายน้ำอีกสักรอบ…

 

“ไปก่อนนะครับ~” ชายหน้าตาใจดีพูดขึ้นทั้งๆที่ในบ้านไม่เหลือใคร

จะว่าไป…

มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ?

ผมสีดำสนิทที่โดนลมตียุ่งไป ไม่ได้สนใจกับทรงผมตัวเองเท่าไหร่นัก มีมือใหญ่ของคนข้างๆมาจับให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

“ฮารุ หัวยุ่งหมดเลย ฮะ ฮะ”

เสียงหัวเราะที่ดังขึ้น ทำให้ฮารุอดยิ้มน้อยๆออกมาไม่ได้

***

น้ำปริมาณมากในสระ สามารถผ่อนคลายฮารุได้เป็นอย่างมาก เขาปล่อยตัวเองไหลเอื่อยไปไม่รู้ทิศในสระของโรงเรียน เสียงของเพื่อนๆที่เอะอะมาแทบจะไม่มีผลอะไร… หูของเขาได้ยินแต่เสียงของน้ำ ความอื้ออึงที่สงบ….

 

จวบจนเสียงออดเข้าห้องเรียนดังขึ้น

 

“เหวออออ นี่พวกเราเพลินกันเกินไปแล้ว ผมเข้าห้องสายก็แย่น่ะสิ!”

 

“นางิสะคุง รอผมด้วย!”

 

ฮารุแตะขอบสระในตอนนั้นเอง เงยหน้าไปพบเพื่อนคนเดิมของเขา ส่งยิ้มให้พร้อมกับยื่นมือมาช่วยดึงเขาขึ้นจากน้ำ

 

“เราก็ต้องรีบแล้วนะฮารุ”

 

แต่ก็นะ… ถึงจะเข้าเรียนสาย ก็ไม่อยู่ในความสนใจของฮารุแม้แต่น้อย…

“เหนื่อยเหรอ?” นัยน์ตาสีเขียวจ้องเขาเขม็ง ใบหน้านั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนหน้าผากสัมผัสกัน “ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา…”

 

ตอนนี้… พักเที่ยง?

ฮารุไม่รู้สึกตัวเลยว่านั่งเหม่ออยู่นานแค่ไหนแล้ว

 

“คิดเรื่องของรินอยู่เหรอ?”

 

ดวงตาสีน้ำทะเลหันไปมองหน้าคนพูดอย่างไม่เข้าใจนัก…. แต่ก็ใช่ เขาก็คิดถึงเรื่องเพื่อนอีกคนอยู่เหมือนกัน เขาคิดอยู่หลายเรื่อง แม้ว่าจะไม่มีทิศทาง และไม่รู้ว่าจะคิดไปเพื่ออะไรก็ตาม

คนที่อยากจะก้าวผ่านเขาไป วินาทีที่พ่ายแพ้ รอยยิ้มเย้ยหยันที่เขาเห็น ความเจ็บปวดและผิดหวังเสียดแทงเข้ามาในหัวใจ ความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

จุดยืนที่เคยมี กลับเปลี่ยนไปในชั่วขณะนั้นเอง มันสั่นคลอนราวกับยืนอยู่บนสายน้ำเชี่ยวกราก ….ทั้งๆที่ไม่เคยสนใจเรื่องแพ้ชนะอะไรมากก่อนแท้ๆ…

 

…และความรู้สึก ที่เต็มตื้นไปทั้งหัวใจ หลังจากการแข่งว่ายผลัด…

อะไรบางอย่างพองฟูคับหัวใจ ราวกับสายลมยังคอยพยุงเขาอยู่โดยมือที่มองไม่เห็น เส้นทางที่เลือกจะเดินต่อไปบิดเบือน ตัวเขาที่ไม่มั่นคงอย่างในตอนนี้ ซวนเซเจียนล้ม แต่ยังมีเพื่อนมากมายที่ยังพยุงจับมือเขาไปด้วยกันในเส้นทางที่เขาเลือก

“ไปกินข้าวกันเถอะ” ร่างโปร่งยังคงเลือกใช้คำพูดประหยัดถ้อยคำ

แต่กระนั้น….

“อื้ม!” มาโคโตะรับคำ มองฮารุที่เดินนำเขาออกจากห้องไป

คนตัวใหญ่ยิ้มแย้ม แม้ว่าจะกังวลใจ…
ฮารุเป็นแบบนี้เสมอ ไม่ค่อยพูดอะไร ไม่ค่อยแสดงออกเท่าไรนัก เหมือนสายน้ำ ที่สังเกตเพียงสักนิด ก็จะเห็น อารมณ์ และความรู้สึกมากมาย… อยู่ในดวงตาคู่นั้น

ฮารุทั้งเข้มแข็ง และบอบบางในบางเรื่อง การจับอารมณ์และความรู้สึกของฮารุจึงอยู่ในสายตาของเขาเสมอ…

ตั้งแต่เมื่อไหร่…..

ที่ไม่สามารถละสายตาไปได้….

โรงเรียนที่นักเรียนน้อยลงไปกว่าครึ่ง คนกลุ่มหนึ่งกำลังแยกย้ายกลับบ้านหลังจากเสร็จกิจกรรมในชมรม ตู้เก็บรองเท้าที่เคยมีคนมากมายยืนโหวกเหวก ตอนนี้เหลือเพียงพวกเขาสี่คน ฮารุสะกิดมาโคโตะคุยด้วยไม่กี่ประโยคด้วยเสียงอันบางเบา

 

“เอ๋? วันนี้จะไปค้างด้วยงั้นเหรอ?” มาโคโตะทวนคำพูดอย่างดีใจระคนประหลาดใจไปในที

 

“อ๋า~ อะไรกันอ่าาา บอกฉุกละหุกแบบนี้ ผมเองก็อยากไปด้วยคนน๊าาาา” เพื่อนตัวเล็กของเขาดึงแขนคนหน้าเฉยไปมา

 

เสียงนิ่งพร้อมยกมือขึ้นขยับแว่นพูดแซวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ผมยังไม่เห็นใครชวนนางิสะคุงเลยนะครับ…”

 

“บู่ว! ก็ไม่มีใครชวนเรย์จังเหมือนกันล่ะน่า!” คนตัวเล็กหันมาพูดแย้ง ทำแก้มป่องใส่อย่างน่ารัก “แล้วไปทำอะไรกันเหรอมาโกะจัง? ฮารุจัง?”

 

“…….”

 

“เงียบแบบนี้คงยังไม่ได้คิดละมั้ง” มาโคโตะพูดยิ้มๆ “ก็คงเล่นเกมกันแหละ ทุกทีถ้าไม่เล่นเกม… ก็คงอ่านหนังสือ…”

 

“แงงง ผมก็อยากไปเฮฮาปาร์ตี้ด้วยจัง!”

 

“ไว้คราวหน้านะนางิสะ” นัยน์ตาสีเขียวยิ้มให้เพื่อนตัวจิ๋ว “นายด้วยนะเรย์”

 

“อ๊ะ! ครับ! คราวหน้าผมจะขนเกมที่ผมมีไปด้วยเลย”

 

มาโคโตะยิ้มให้กับคำพูดของทุกคนขณะที่เดินทางกลับบ้าน เพื่อนคนสำคัญของเขาเหมือนจะคิดอะไรได้บางอย่าง แน่นอนว่าการไปค้างนี่คงไม่ได้ขอคุยอะไรเป็นพิเศษ คงไปเพื่อเล่นเกมกับน้องๆของเขาอย่างทุกที แต่นั่นแปลว่าเจ้าตัวคงกำลังหาที่ผ่อนคลายอยู่ หรืออาจจะไปเพื่อจะได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง

****

“ฮารุ อาบน้ำได้แล้วล่ะ ห้องน้ำว่างแล้ว”

 

เจ้าของชื่อผินหน้าออกจากเกมสร้างเมืองใต้น้ำ ที่กำลังง่วนคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้สเตตัสตัวละครเพิ่มขึ้น ฮารุพยักหน้ารับคำ ส่งจอยต่อให้เจ้าของห้อง

 

“นี่…”

 

มาโคโตะนั่งลงข้างๆ ผมยังคงมีหยดน้ำเกาะพราว และรอยยิ้มที่ส่งให้ “อะไรเหรอฮารุ?”

 

“ทำไมถึงอยากจะว่ายน้ำด้วยกันล่ะ?”

 

มาโคโตะทำตาโตใส่คำถามนั้น

เขาพร่ำบอกเสมอ ว่าการที่ได้ว่ายน้ำกับทุกคน เป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขมากที่สุด เขาที่เคยเป็นเด็กที่หวาดกลัวน้ำ แต่เพราะคนข้างตัว ทำให้เขากล้าที่จะก้าวข้ามมันไป เพียงเพราะอยากจะยืนอยู่ข้างๆในทุกที่ เท่าที่กำลังของเขาสามารถจะทำได้

 

“ฮารุก็บอกไม่ใช่เหรอ? ว่าอยากจะว่ายกับทุกคน เพราะว่ามีความสุขไงล่ะ”

 

คนฟังนิ่งไป เขาหลุบตามองพื้น ทำเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง และเปลี่ยนใจ

 

“ฉันก็บอกแล้ว ว่าอยากจะอยู่กับฮารุ อยากให้ฮารุทำให้สิ่งที่ฮารุชอบ เวลาที่ฮารุว่ายน้ำ เป็นช่วงเวลาที่ฮารุมีความสุขใช่ไหมล่ะ? เพราะอย่างนั้นฉันเลยมีความสุขไปด้วยที่เห็นฮารุมีความสุข” มาโคโตะยิ้ม อดไม่ได้ที่จะปัดปอยผมด้านข้างของฮารุออกให้พ้นจากพวงแก้มใส “เวลาที่ตาของฮารุเป็นประกาย หรือจะเป็นเวลาที่ฮารุยิ้ม ฉันก็ชอบมันมากที่สุด”

 

พอพูดไปแล้ว มาโคโตะก็มานึกเขิน ประโยคราวกับคำสารภาพรักนี้ ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่คิดอะไรไกลก็แล้วกัน

 

“ตลอดมา ฉันไม่เคยคิดเลย…”

 

เพราะว่าเบื้องหน้าเขามีแต่สายน้ำ ความเงียบสงบที่เป็นประกายสวยงาม มือของตัวเขาที่อยากจะพาตัวเองไปข้างหน้า ราวกับคนเห็นแก่ตัว…

 

“…แต่ว่าตอนนี้ฮารุก็รู้แล้วนี่ ว่าตอนที่พวกเราว่ายผลัดด้วยกัน มันสนุกแค่ไหน?”

 

“มาโคโตะ…” ฮารุช้อนตาขึ้นมอง “ฉันเพิ่งได้เรียนรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรก… ความตั้งใจที่อยากจะว่ายไปกับทุกคน…”

 

“ไม่เป็นไรหรอกนะ” มาโคโตะลูบศีรษะทุยอย่างแผ่วเบา “ฉันจะอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจฮารุไง”

 

มือจับกับมือใหญ่ที่ลูบศีรษะเขาอย่างทนุถนอม เขาจับมันมาไว้ข้างตัว ฮารุไม่สามารถหาถ้อยคำมาบรรยายความรู้สึกของเขาให้อีกฝ่ายฟังได้ มันมากมายจนอัดแน่นในร่างกายนี้

 

“ขอบใจนะ…”

 

“อื้อ!” มาโคโตะรับคำนั้นด้วยความยินดี

 

ช่วงเวลาที่นัยน์ตาสีน้ำทะเลสบตาของเขา เป็นช่วงเวลาที่มาโคโตะชอบที่สุด ภาพสะท้อนที่เห็นตัวเองอยู่ภายในนั้น แทบอยากจะหยุดเวลาเอาไว้

ริมฝีปากที่เรียบนิ่ง ราวกับมีนับล้านถ้อยคำภายในนั้น แต่กลับเลือกเพียงคำเดียวที่มีความหมายมากที่สุด ส่งออกมาให้เขา ทั้งการที่เอ่ยเรียกชื่อเขา เสียงที่เขาชอบ จากริมฝีปากคู่นั้น

 

“ขอบใจ…ที่อยู่ตรงนี้…”

 

ฮารุเห็นริมฝีปากยิ้มกว้าง ดวงตาสีเขียวอันอบอุ่นและเป็นประกายส่งมาให้เขา ราวกับจะบอกว่าจะไม่ห่างจาก ‘ตรงนี้’ ไปไหนเลย ฮารุกระชับมือที่จับกันอยู่ให้แน่นขึ้น มาโคโตะหน้าแดงน้อยๆ แต่ก็ยังคงยิ้มแย้มมาที่เขา โยนความสุขของคนทั้งโลกมาที่เขาเพียงคนเดียว…

 

ร่างโปร่งเขยิบตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น วางศีรษะตัวเองลงกับไหล่กว้างของอีกคน แล้วหลับตาลง สัมผัสหยดน้ำจากปอยผมสีน้ำตาลแปะลงบนแก้มเขา และมือใหญ่ที่เกลี่ยมันออกไป

จากที่ไม่เคยรู้สึกอะไร…

ไม่เคยมองอะไรเป็นพิเศษ…

แต่ทันทีที่รู้ตัว ทุกอย่างมันกลับชัดเจน จนพิศวงว่าทำไมถึงไม่เคยมองเห็นมันมาก่อน

ความรู้สึกที่จมดิ่งลงไป…

 

ลึกลง…

ลึกลง…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s