[Free! Fanfiction]: In touch – 2

[Free! Fanfiction]: In touch – 2

Pairing: Nagisa*Rei

Rate : PG

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อัตราความเร็วของการเต้นของหัวใจ

เท่ากับอัตราการดำลึกลงไป…

…อัตราความถี่ของการกระพริบตา

เท่ากับอัตราความถี่ในการคำนึงถึง…

“เรย์จางงงงงงงงงงงงงงงง~~~~”

 

เท้าที่วิ่งเหยาะๆยังคงไม่หยุดลง สายลมที่ปะทะใบหน้าช่วยให้เหงื่อไม่ชุ่มเกินไปนัก ขาก้าววิ่งไปข้างหน้าในระยะที่เท่ากันแทบทุกฝีเท้า ลมหายใจที่สูดเป็นจังหวะเป็นการกำหนดสมาธิ ถึงในหัวจะพยายามทบทวนหนังสือเรียนบทที่อ่านมาเมื่อคืน ยังคงมีอีกส่วนที่ยังนึกถึงเสียงที่เรียกเขาลอยมาจากที่ไกลๆ ก่อนที่จะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

วันนี้ไม่เห็นที่โบกี้แท้ๆ นึกว่าจะได้วิ่งคนเดียวเสียอีก…

มือยกขึ้นขยับแว่นเป็นนิสัยติดตัว ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ จนวงแขนเล็กที่โถมแรงเข้ากอดคอเขา สีหน้าร่าเริงอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจอีกฝ่ายปะทะแก้มเขาในระยะหน่วยเซนติเมตร จับได้ว่าอีกฝ่ายหายใจหอบเล็กน้อย ขาของเขาวิ่งช้าลงหนึ่งสเต็ปโดยอัตโนมัติ

 

“เรย์จัง~~~~~ รอฉันด้วยสิ~~~”

 

เจ้าของชื่อทำหน้าเรียบเฉย “ทำไมผมต้องรอนางิสะคุงด้วยล่ะครับ?”

 

“เอ๋~? เรย์จังพูดจาใจร้ายอ้ะ ฉันเหนื่อยนะ วิ่งมาจากบ้านเชียวนา เรย์จังนี่ไม่รู้จักเห็นใจกันบ้างเลย!” คนตัวเล็กทำแก้มพอง ส่งเสียง บู่~ อุบอิบใส่คนตัวสูงก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างร่าเริง…

…ที่รู้ว่าฝีเท้านั้นช้าลงกว่าในครั้งแรก

“ใครใช้ให้วิ่งมาจากบ้านล่ะครับ?” ตัวแค่นี้จะอึดไปไหนกัน? เท่าที่สำรวจด้วยปลายสายตาอย่างลวกๆ เหงื่อยังแทบไม่มีเลยไม่ใช่เหรอ? ถึงจะมีหอบอยู่บ้างก็เถอะ

 

“ก็พลาดรถไฟน่ะสิ ฉันเผลอตื่นสายนี่นา” คนตัวเล็กร้องโอดโอย “เรย์จัง~ ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว ขอฉันขี่คอไปหน่อยสินะ นะ นะ… นะ?”

 

“อย่ามาตลกครับ” เจ้าตัวตอบฉับไว “นางิสะคุงกินเยอะ น้ำหนักก็ต้องเยอะตามปริมาตรที่กินไปแหงๆ ผมอุ้มแล้วจะต้องแขนหักแน่ๆ”

 

“คำนวนอะไรของนายน่ะเรย์จัง! ฉันตัวเล็กแล้วก็บอบบางจะตายไปนะ!”

 

คนที่วิ่งแข่งกับรถไฟมาน่ะเหรอ?

มือยกขึ้นขยับแว่นบดบังรอยยิ้มที่ริมฝีปาก แต่ไม่พ้นสายตาของคนข้างตัว

“นี่ๆ เรย์จังได้ดูรายการเล่าเรื่องสยองขวัญเมื่อคืนรึเปล่า? น่ากลัวมากเลยนะ!” คนตัวจิ๋วเล่าพลางออกท่าทาง ทั้งที่ขายังวิ่งด้วยความเร็วพอๆกับคนข้างๆ “คนที่สามที่เล่าน่ะ เขาเจอวิญญาณลึกลับในบ้านด้วยล่ะ! นี่ๆ ฉันจะเล่าให้ฟังนะ คือ…”

สายลมที่ปะทะใบหน้ายังเหมือนเดิม แต่เสียงบรรยากาศรอบข้างเขาเปลี่ยนไป ลมหายใจของเขายังคงอยู่ที่จังหวะเดิม แต่ในหัวกลับมีแต่เสียงเจื้อยแจ้วของคนข้างๆ แววตาที่เป็นประกาย ริมฝีปากที่ขยับไปมา มือและช่วงแขนที่ยกแกว่ง ทำให้ร่างโปร่งอดยิ้มออกมาไม่ได้

 

ถึงจะไม่สามารถคิดถึงบทเรียนที่อ่านล่วงหน้ามาเมื่อคืน…. แต่แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน….

“มาช้ากันจังนะคะ ทั้งสองคน”

 

เสียงผู้จัดการชมรมลอยมาจากด้านหลัง ทำเอาคนยืนวอร์มร่างกายอยู่ริมสระสะดุ้งทั้งคู่

 

“โอ้! อรุณสวัสดิ์โกวจัง~!”

 

“โควจังตะหากล่ะคะ…” ผู้จัดการชมรมสวนทันที เพื่อแก้การเรียกชื่อของตนให้ถูกต้อง

 

“เอ๋? แล้วสองคนนั้นล่ะ?” นางิสะละจากการยืดตัวหันมาถาม เมื่อพบว่าเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองทั้งสองยังไม่มาถึง

 

“ยังไม่มาเลยค่ะ” คุณผู้จัดการถอนหายใจพลางแปะเมนูฝึกซ้อมในรอบเช้าที่ผังข้างสระว่ายน้ำ อดเป็นห่วงรุ่นพี่ของคนไม่ได้ ทั้งเรื่องแข่งและเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ชายของตน

 

“แปลกจังเลยนะครับ ปกติจะต้องเห็นรุ่นพี่ฮารุกะก่อนใครแท้ๆ” คนช่างสงสัยขยับแว่นอย่างเก้อๆ ด้วยความลืมตัวว่าได้ถอดมันวางไว้ในล็อคเกอร์เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยแล้ว

 

“เดี๋ยวก็คงมาละมั้ง~” คนตัวเล็กพอเดาเหตุการณ์ได้จึงไม่ใส่ใจเท่าไรนัก “เรย์จัง เรามายืดตัวกันดีกว่า!”

 

“เอ๋? ไม่ต้องก็ได้มั้งครับ ผมว่า…”

 

นางิสะกระโจนเข้าใส่ แขนทั้งสองข้างเกาะเข้าที่ข้างตัวร่างโปร่ง “เรย์จังใจร้ายกับผมอีกแล้วนะ~~~”

 

“อ… เอ๋? ก็ผมวอร์มไปแล้วนี่นา นางิสะคุงเองก็ด้วยนี่…”

 

“เรย์จังนี่ช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลย!” คนตัวเล็กทำแก้มพอง “ฉันจะไปบอกฮารุว่าวันนี้ไม่ต้องสอนนายแล้ว คอยดู!”

 

คนฟังถอนหายใจยาว “ครับๆ นางิสะคุง……. แบบนั้นเขามีแต่เด็กประถมขู่กันหรือเปล่า?”

 

“ไม่รู้แหละ!” ใบหน้าเรียวเล็กซบเข้ากับข้างตัวอีกฝ่าย “ถ้าไม่ยอมตามใจฉัน ฉันจะเกาะแบบนี้จนเข้าเรียนเลย! ฉันไม่ได้ขู่นะ!”

 

แล้วเรย์ก็ต้องหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อร่างบางไถหน้าตัวเองกับสีข้างของเขา ไหนจะกลุ่มผมด้านหน้านั่นอีก ทั้งขนลุกและจั๊กจี้ นิ้วเรียวเล็กที่อยู่อีกข้างลำตัว ก็ลงมาจี๋ที่เอวของเขาพอดีอีกต่างหาก

 

“ย… หยุดนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ นา… ฮ่าๆๆๆๆ นางิสะคุงงงง ฮ่าๆๆๆๆ เดี๋ยว ฮ่าๆๆๆ พวกเรา ฮึๆๆๆๆ ต…ตก!!!”

ตูม…

 

คนร่างสูงพยายามดิ้นหนี กลายเป็นพลัดตกน้ำกันไปทั้งคู่ ท่ามกลางเสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายของผู้จัดการชมรม ทั้งระอาทั้งเคยชิน กับการที่สองคนนี้หยอกกันเล่นจนแทบลืมเมนูการซ้อมเช้า

 

“แค่กๆ!!” มือใหญ่ลูกหน้าไล่น้ำออก สายตาสบมอง เห็นใบหน้ายิ้มๆของอีกฝ่ายแล้วก็อดโวยออกมาไม่ได้ “ทำอะไรน่ะครับ! นี่มันอันตรายนะ!”

 

“โห่~ ไม่เป็นไรน่าเรย์จัง มีฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคน นายไม่จมหรอกน่า~”

 

“ผมไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นสักหน่อย! ตรงนี้ผมยืนถึง!!” มือขวาลืมตัวยกขึ้นมาขยับแว่นตาอากาศ “ถ… ถ้าเกิดหัวกระแทก หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา….”

 

“ฉันก็จะช่วยเรย์จังเอง!”

 

“ถ้าผมช่วยนางิสะคุงไม่ทัน….”

 

เหตุการณ์เก่าย้อนมารีรันในหัว…

ตัวเขาที่กำลังโดนทะเลกลืนกิน เห็นทุกคนกำลังว่ายมาทางเขาทั้งๆที่กำลังมีพายุ…

ตัวเขา… ที่ทำได้เพียงแค่เป็นภาระของทุกคน

เขาช่วยพยุงตัวเองไม่ได้ ทั้งยังไม่สามารถช่วยเหลือใครได้เลย ในเหตุการณ์นั้น ถ้าไม่มีรุ่นพี่ฮารุกะ ทั้งนางิสะคุง เขาก็ยังคงไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งที่รุ่นพี่มาโคโตะกำลังแย่….

ถึงได้อยากจะเก่งให้มากกว่านี้ ไม่อยากมองแผ่นหลังที่อยู่เบื้องหน้า อยากให้สิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นสิ่งเดียวกัน พร้อมกับพวกพ้องที่อยู่เคียงข้าง

 

มือของเขา อยากจะช่วยได้เพียงสักเรื่อง อะไรก็ได้ที่ทำให้เขารู้สึกว่าการยืนอยู่ตรงนี้ เขาไม่ได้พยายามอยู่เพียงลำพัง อยากจะทำประโยชน์ให้กับทุกคนได้บ้าง… แม้จะเพียงเล็กน้อย…

คนตัวเล็กเงียบไป มือยกขึ้นวางลงบนศีรษะที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำเช่นเดียวกับเขา โยกศีรษะอีกฝ่ายไปมา เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้จริงๆ ทั้งที่ไม่สมควรจะยิ้มในสถาการณ์แบบนี้แท้ๆ โชคดีที่อีกฝ่ายก้มหน้าอยู่ คงยังไม่สังเกตสีหน้าของเขา

ด้วยความที่เป็นคนจริงจัง และมีตรรกะมากมายในหัว ทั้งความใส่ใจ และพยายามที่จะรอบคอบอย่างเป็นห่วงเป็นใยเผื่อทุกคนรอบตัว…

เพราะแบบนี้ถึงได้น่ารัก….

“โอ๋ๆ เรย์จัง ไม่เป็นไรนะ?” นางิสะพูดเสียงนุ่ม “ฉันไม่เป็นไรสักหน่อย ต่อไปฉันจะเล่นอย่างระวังนะ~”

 

“ต้องบอกว่าจะไม่ทำอีกต่างหากล่ะครับ!” คนตัวสูงกว่าเถียง มือจับมืออีกฝ่ายที่โยกศีรษะของเขาอย่างเพลิดเพลินออกอย่างไม่พอใจ มือบางหลบได้ เสียงหัวเราะเล็กๆจึงดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้

 

“ผมไปซ้อมตามเมนูฝึกดีกว่า เดี๋ยวจะเข้าเรียนเสียก่อน”

 

“เรย์จังรอด้วย~”

 

ทั้งๆที่ยังไม่ได้ขยับไปไหนไกลเลยแท้ๆ…. มือเล็กคว้าประสานเข้ากับมือหยาบ คนตัวสูงกว่าชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะมองไปทางอื่น

 

“ผมจะไปฝึกตรงด้านโน้น…”

 

“ไปด้วย~”

 

“อ่ะ.. จะไปด้วยทำไมล่ะครับ!”

 

“ก็เดี๋ยวจมน้ำ…”

 

“ผมจะฝึกท่าผีเสื้อ!”

 

“ฉันจะไปดูใกล้ๆ!”

 

“ดื้อจริงนะครับ… นางิสะคุง”

 

“คิก…” คนตัวเล็กกว่าหัวเราะคิกคัก

 

เรย์รู้สึกมีส่วนใดส่วนหนึ่งภายในร่างกายเสียศูนย์ สมาธิของเขาปั่นป่วนมากเกินไปแล้ว…

เขาเบนตัวไปหยิบโฟมฝึกลอยตัวที่ผู้จัดการทีมนำมาวางไว้ให้ข้างสระ มือข้างที่ถนัดของเขาโดนพันธการไว้โดยมือของอีกฝ่าย ดูท่าทำอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อย ถึงเขาจะไม่เข้าใจว่านี่เป็นการแกล้งประเภทไหนกัน แต่ก็ใช้มืออีกข้างหยิบอุปกรณ์มา

 

กลายเป็นว่า ไม่ว่าจะเคลื่อนที่ไปทางไหน มือนั้นก็ยังคงจับไว้ไม่ปล่อย ทั้งที่สีหน้ายิ้มแย้มนั้นยังคงอธิบายเรื่องการลอยตัวให้เขาเข้าใจได้ง่ายเหมือนปกติ

ทั้งที่น้ำในสระค่อนข้างเย็น ผิวน้ำที่กระเพื่อมไหว…

เขากลับรู้สึกถึงปลายนิ้วที่ขยับไล้บนหลังมือของเขามากกว่าทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว….

***

“ฉันเองก็อยากไปค้างบ้านมาโกะจังบ้างอ่าาาาา” เสียงลากยาวในตอนท้ายด้วยน้ำเสียงติดจะอ้อนนิดๆ

 

คนที่เดินนำหน้าอยู่หันมามองคนตัวเล็กที่กำลังโอดครวญแล้วถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ไปล่ะครับ? ที่จริงนางิสะคุงไม่ได้ติดธุระอะไรสักหน่อยนี่นา?”

 

“เห~?” ร่างบางหรี่ตามองยิ้มๆ “เรย์จังรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ได้ติดธุระ?”

 

“อย่างนางิสะคุงจะมีธุระอะไรกับเขาด้วยเหรอครับ?”

 

คนตัวเล็กหัวเราะท่าทีเขินๆของอีกฝ่าย มือข้างที่ถนัดถูกยกขึ้นมาขยับแว่นตาอีกครั้ง นางสิะอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าจับมือนั้นเอาไว้อีก ร่างสูงยังจะใช้อีกมือดันแว่นตาหรือเปล่านะ?

 

“โธ่… เรย์จังก็~” มือคว้าแขนอีกฝ่ายมากอดไว้ “ฉันว่าทางนั้นมีอะไรต้องคุยกันแหงๆ ก็ไม่อยากเข้าไปขัดนี่นา ไว้ฉันชวนไปบ้านมาโกะจังพร้อมๆกันทีเดียวสี่คนเลยดีกว่า เนอะ?”

 

“ครับๆ” เรย์รับปากเรื่อยเปื่อย “เห็นว่ารุ่นพี่มาโคโตะมีน้องอยู่ด้วยอีกสองคน ผมว่าคงต้องสนุกแน่ๆเลย”

 

“เห็นเรย์จังทำท่านึกสนุกแบบนั้น ฉันก็อิจฉาเหมือนกันนะ…” มือที่โอบรอบแขนเลื่อนลงมาจับประสานมือใหญ่ไว้อีกครั้ง “อยู่กับฉันมันไม่สนุกเลยหรือไง?”

 

“เหนื่อยใจซะมากกว่าครับ” เสียงทุ้มตอบแทบจะในทันที “งอแงและทำเป็นเล่นอยู่เรื่อยเลย นางิสะคุงน่ะ”

 

“เอ๋~ ฉันทำแบบนั้นเพราะอยากจะอยู่ใกล้ๆเรย์จังตะหากล่ะ” เจ้าตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ตามคำบอก

 

“พอเลยครับ นี่มันใกล้ไปแล้ว!” ใบหน้าที่ออกสีแดงจางๆหันหนีไปอีกทาง “ทำไมชอบหยอกผมจังนะ…”

 

“อ๊ะ!! รู้แล้วๆ วันนี้เราแวะกินไอติมที่ร้านตรงนั้นกันเถอะ~! ไปกันนะเรย์จัง!”

 

อยู่ๆก็เปลี่ยนเรื่องเฉยเลย…..

ร่างสูงยิ้มอ่อนไปให้ ก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างยกขึ้นขยับแว่นตอบรับอย่างตามใจอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

ไอศครีมแท่งสีหวานเย็นโดนกัดแหว่งไปในคำแรก รสชาติหวานๆในปากและความเย็นของมันช่วยคลายความร้อนของร่างกายลงไปได้บ้าง เขาเหลือบสายตามองคนร่างเล็กที่กัดทีละครึ่งแท่ง และตัดสินใจยังไม่เดินไปไหนไกลร้าน เผื่อต้องวกกลับมาซื้ออีก

 

“ขอฉันชิมของเรย์จังมั่งสิ~” พูดยังไม่ทันจบดี มือก็จับที่ข้อมืออีกฝ่ายโน้มมากัดไอศรีมแท่งไปคำโต

 

“อ๊ะ!!!” กัดทีละครึ่งแท่งแบบนี้อีกแล้ว “จะชิมทำไมครับ! ของผมกับของนางิสะคุงมันรสเดียวกัน!”

 

ถ้าให้พูดจริงๆแล้ว นางิสะซื้อแบบเป็นแท่งคู่และหักแบ่งซีกคนละครึ่งกับร่างสูงต่างหาก….

 

“ก็เรย์จังกินช้าเองนี่”

 

“นางิสะคุงต่างหากที่กินเร็วไป ผมเพิ่งกัดไปคำเดียวเองนะ”

 

“ฮู่~ เรย์จังนี่ขี้บ่นจริงๆ ฉันไปซื้อมาอีกแท่งก็ได้”

 

เป็นไปตามคาด….

เรย์ได้แต่นึกขำในใจ เขานั่งลงบนรั้วไม้เตี้ยๆไม่ไกลจากร้านนัก มองอีกฝ่ายที่หัวเราะยิ้มแย้มกับคุณป้าเจ้าของร้านราวกับเด็กตัวเล็กๆ บรรยากาศรอบตัวดูเป็นสีส้มสดใส

สายตาเคลื่อนมามองที่มือของตัวเอง เขายังจำได้ทุกครั้งที่ปลายนิ้วนั้นประสานเข้ากับนิ้วของเขา ไม่ว่ามันจะคือการหยอกเล่นแบบไหนของอีกฝ่าย มันก็ทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ อะไรบางอย่างในร่างกายสั่นคลอนอย่างรุนแรง ร่างกายที่พยายามสะบัดมืออีกฝ่ายออกแต่ทำไม่สำเร็จ….

 

และหัวใจที่พองฟูอย่างยินดี…

สมองที่ปล่อยเฉยผ่านไป….

ให้มือถูกจับไว้นานขึ้นอีกนิด….

“เรย์จัง?” เสียงเล็กที่เรียกทำให้เจ้าของชื่อเหลือบตาขึ้นมอง “มีแมลงอะไรเกาะมือเหรอ? ทำหน้าตาประหลาดจัง….”

 

มือยกขึ้นมาขยับแว่นอีกครั้ง “เปล่าหรอก แต่คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”

 

“คิดเรื่องของฉันรึเปล่า?”

 

“ผมจะไปคิดเรื่องของนางิสะคุงทำไมล่ะครับ!?”

 

นางิสะหัวเราะอย่างชอบใจ “กลับบ้านกันเถอะ เตร่มาไกล เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”

 

ไอศครีมแท่งใหม่หมดในเวลาไม่ถึงอึดใจ เรย์อดจะทึ่งในความเร็วนั้นไม่ได้…

ก่อนหน้านี้ก็มีพิซซ่า… ที่กินทีละสามสี่ชิ้นไม่ขาดปาก… น่าสงสัยว่าอาจจะมีหลุมดำอยู่ในกระเพาะอาหารเล็กๆนั่นก็เป็นได้

 

คิดเรื่อยเปื่อยยังไม่ทันไร มือของเขาก็ถูกคว้าไปอีกครั้ง เขามองผ่านเลนส์แว่นไปสบกับสายตายิ้มแย้มของคนตัวเล็กข้างตัวอย่างมีคำถาม สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ…

 

“ทำไมชอบหยอกผมจังนะ…”

 

“หยอก?”

 

“อย่างชอบแกล้ง หรือต้องมาเกาะแกะจับมือผมอย่างตอนนี้… มันไม่น่าเบื่อบ้างเหรอ?”

 

“ฉันไม่ได้แกล้งหรือหยอกอะไรเรย์จังเลยนะ” น้ำเสียงอารมณ์ดีเอ่ยตอบ พร้อมกับนั่งลงที่พื้นที่ว่างข้างๆ “ฉันเอาจริงตลอดแหละ”

 

“เอาจริง?” คิ้วสีน้ำเงินเข้มแทบขมวดมาผูกกันด้วยความสงสัย “เอาจริงเรื่องอะไรน่ะ?”

 

“เรื่องที่ ‘ทำยังไงก็ได้ให้เรย์จังเอาแต่คิดเรื่องของฉัน’ น่ะสิ”

 

“……………..อะไรครับนั่น…” หัวคิ้วยิ่งเหมือนจะชนกันเข้าไปทุกที คนตัวเล็กกว่าอดขำคิกออกมาไม่ได้ “ผมชักจะงงเข้าไปทุกทีแล้ว…”

 

“เรย์จังเนี่ย ช่างไม่เข้าใจอะไรเอาซะเลยน๊า~” คนตัวเล็กเอนหัวพิงไหล่กว้าง “เพราะแบบนี้ฉันถึงปล่อยไปไม่ได้น่ะสิ”

 

“??” ทั้งสายตาและท่าทางของเรย์ยังคงเต็มไปด้วยคำถาม

 

นางิสะมองแล้วก็หัวเราะออกมาอีกครั้งก่อนที่จะชวนกันกลับบ้านโดยที่ยังไม่ปล่อยมือนั้น อีกคนก็ดูเหมือนจะลืมมันไปแล้ว หรืออาจจะเป็นด้วยความเคยชินกับการที่ถูกลากไปนู่นมานี่อยู่แทบตลอดเวลาก็ได้…

สายลมยามเย็นพัดมาปะทะใบหน้าอีกครั้ง แสงอาทิตย์เริ่มกลายเป็นสีส้มหม่นฉาบทั่วท้องฟ้า ฝีเท้าของทั้งคู่ชะลอช้าลง เรื่องสนุกสนานและตลกมากมายพรั่งพรูออกมาจากคนตัวเล็กไม่หยุดหย่อน อีกไม่นานก็ต้องแยกกันกลับบ้านแล้ว เวลาที่อยู่ด้วยกันในวันนี้ดูสั้นลงในความรู้สึก

 

เสียงกล่าวอำลาดังขึ้นจากทั้งสองฝ่าย นางิสะเดินแยกไปอีกทาง กับตัวเขาที่เดินลำพังบนถนนเส้นเล็กนี้ มืือข้างขวาของเขากำเข้าและแบออก ความรู้สึกว่างเปล่าบังเกิดขึ้นที่อุ้งมือข้างนั้น…

สมองที่เอาแต่คิดคำนวนเรื่องต่างๆ

กลับมีเรื่องของอีกคนแทรกเข้ามาตลอดเวลา….

ราวกับได้จมลง…

กับสีสันสว่างใสนั้น…

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

Talk:
ออกตัวก่อนว่าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับตอนแรกหรอกค่ะ เหมือนตอนสั้นๆตอนเดียวจบมากกว่า แต่ด้วยความที่ขี้เกียจคิดชื่อเรื่อง เลยใส่หมายเลขลงไปแทน #เหตุผลช่างมักง่ายละเกินนนนน

เราไม่รู้ว่าคู่นางิสะเรย์จะมีคนอ่านไหมนะ (หัวเราะ) ทุกคนดูเรย์นางิสะ
แต่เราว่านางิสะมันลาสบอสอ่ะค่ะ….. #คิดไกล
นี่ฉันจะมาเม้ามอยอะไรตอนนี้วะเนี่ย (กร๊าก) อนิเมจบไปสามชาติแล้วเนอะ… (แหม่ก็เพิ่งทยอยเอามาลง…)
เรามีเคยคิดว่าจะให้เป็นเรื่องยาวเหมือนกัน แต่ว่าคิดไม่ออกค่ะในซีรีย์สอินทัชนี่ก็มีสามตอนแล้ว… ตอนสี่ที่แต่งเมื่อหลายร้อยปีก่อน(มันนานมาก)ยันตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ
ถ้าให้แต่งฮารุเสะคงจะเร็วกว่านี้ #เด๋วเซ่!

อัพตอน 3 อีกว่าเนอะ…. #ขี้พล่ามจริง…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s