[Free! Fanfiction]: In touch – 4 *Kick off*

[Free! Fanfiction]: In touch – 4 *Kick off*

Pairing: Haruka*Makoto

Rate : PG

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าหากว่าเส้นด้ายแห่งการผูกมัดนั้นคือคำพูด…

ก็อยากจะพูดวลีออกมาเป็นร้อยพันถ้อยคำ…

ร่างสูงเลื่อนเปิดประตูบ้านพร้อมกับเสียงทักทายเหมือนดังเช่นทุกครั้งที่เขาก้าวเข้ามา เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบจากใครเลยสักคน จึงค่อยถอดรองเท้าและล้ำบริเวณบ้านอย่างนบนอบ เท้าใหญ่แตะพื้นเสียงเบาภายใต้ถุงเท้านักเรียนสีขาว ข้ามขึ้นบันไดทีละขั้น ชะโงกมองเข้าไปยังประตูห้องนอนที่เปิดค้างอยู่กว่าครึ่ง เมื่อไม่เห็นใครจึงเดินกลับลงด้านล่าง ชะโงกเข้าไปในครัวได้กลิ่นข้าวหอมหุงสุกใหม่ๆกรุ่นออกมาจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้า บนโต๊ะมีถ้วยวางเรียงพร้อมปลาย่างจัดไว้อย่างน่ารับประทาน ซุปมิโซะยังคงอยู่ในหม้ออุ่นบนเตาที่ปิดแล้ว คนช่างสังเกตยิ้มน้อยๆก่อนจะสืบเท้าไปยังบริเวณห้องอาบน้ำ เขายังคงไม่ได้ยินเสียงใด จึงวางหลังมือเคาะประตูพร้อมเอ่ยขออนุญาต พลางมองนาฬิกาสีส้มเรือนโปรดที่ข้อมือซ้ายเพื่อกะเวลากันนาทีอย่างพอเหมาะไม่ให้เข้าชั้นเรียนสาย

 

คนในอ่างน้ำเหมือนจะรู้สึกได้ถึงผู้มาเยือน เขาดันกายผุดขึ้นจากน้ำ มองมือใหญ่ที่ยื่นมาให้พร้อมเสียงทุ้มที่อ่อนโยน เขาสัมผัสมือใหญ่นั้นก่อนจะดึงตัวเองออกจากอ่างอาบน้ำ มืออีกข้างรับผ้าขนหนูมาซับผมที่ชุ่มโชกของตัวเอง นัยน์ตาเหลือบมองรอยยิ้มอันร่าเริงของคนตรงหน้า และคำบอกเล่าที่พูดถึงอาหารเช้าของเขาบนโต๊ะ เขาไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร นอกจากทิ้งอีกคนไว้แล้วขึ้นไปแต่งตัวบนห้อง

 

ในสายตาของฮารุกะ มันนี้ทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เขาเหม่อมองสายลมที่ปะทะหน้าเขาอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก หูของเขายังพูดถึงรายการทีวีเมื่อคืน ทั้งเรื่องที่เพื่อนตัวเล็กอย่างนางิสะโทรมาคุยจนดึกดื่น รวมถึงเรื่องเจ้าลูกแมวเหมียวเมื่อเช้า ที่มันเลียนิ้วมือใหญ่อย่างเอาใจและงับเบาๆอย่างชวนเล่นด้วย แต่ฮารุกะไม่รู้จะพูดอะไรตอบออกไปดี เขาไม่มีความเห็นต่อเรื่องไหน ไม่ว่าดีหรือไม่ดี เขาจึงได้แต่เงียบและมองตรงไปข้างหน้า อย่างที่รู้ดีอยู่แล้วว่าคนข้างตัวไม่มีวันคิดว่าโดนเขาเมินเป็นแน่แท้

 

การซ้อมเช้าจบลงโดยที่ไม่มีเปลี่ยนไป ตารางซ้อมเข้มงวดกว่าเดิมแต่ไม่ได้เป็นปัญหาใดๆต่อฮารุกะ เขาแค่วอร์มมากขึ้น ว่ายทำเวลาไม่ให้ตกลง พร้อมกับสอนเคล็ดลับผู้ช่วยในทีมไปอีกนิดหน่อยเท่านั้น เรียกได้ว่า ตราบใดที่ฮารุกะยังได้อยู่ในน้ำ จะยังไงก็ได้ทั้งนั้น สิ่งที่เขาได้รับมอบหมายไม่ได้น่าเบื่อหรือน่ารำคาญแต่อย่างใด ช่วงท้ายของการซ้อมเช้า เขาทำเพียงว่ายน้ำเอื่อยๆมาชายร่างใหญ่สอนเพื่อนร่วมชมรมตีขาว่ายน้ำเท่านั้น ก่อนที่จะสบตากับเพื่อนตัวเล็กที่มองเขาแล้วทำท่าคิกคักอย่างไม่นึกอยากจะเข้าใจความหมาย

 

ร่างสูงใช้ตะเกียบสีเขียวหม่นคีบไข่หวานสีเหลืองนวลน่ากินลงในกล่องข้าวของคนข้างตัว พร้อมกับเปรยออกมาว่าไม่แน่ใจในไข่หวานที่ตัวเองทำเท่าไรนัก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อยากทำให้รสชาติออกมาเหมือนที่แม่ของตนทำ ซึ่งรสชาติจะค่อนข้างหวานกลมกล่อมกว่าปกติที่เขาทำเล็กน้อย การเปลี่ยนสูตรการปรุงอาหารเพียงนิดเดียว ก็ทำให้มาโคโตะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไหร่นัก ตัวเขาทดลองชิมดูเองก็ไม่รู้สึกถึงรสชาติที่เปลี่ยนไป

ฮารุกะมองไข่หวานที่วางนิ่งในกล่องข้าวตัวเองแล้วก็คีบขึ้นชิมแต่น้อย รสชาติหวานละมุนสัมผัสลิ้น เขาชอบรสชาติที่มาโคโตะทำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รสชาติที่หวานขึ้นเพียงนิดไม่ได้ทำให้รู้สึกเลี่ยนแต่อย่างใด เขาหันไปบอกความเห็นและได้รอยยิ้มแย้มเปิดโลกทั้งใบกลับมา เพื่อนอีกสองคนผลัดกันแย่งชิมไข่หวานสูตรใหม่ของมาโคโตะจนเกลี้ยงกล่อง โดยที่คนที่ได้ชิ้นสุดท้ายไปคือนางิสะ ผู้อ้าปากงับจากตะเกียบของมาโคโตะอย่างไม่เกรงใจ เรียกเสียงโวยวายจากคนช่างบ่นอย่างเรย์ได้ร่วมสิบนาที

 

ช่วงหลังเลิกเรียน ท้องฟ้าใกล้จะพลบค่ำเต็มที พวกเขาทั้งสี่คนยืนอยู่บริเวณสระว่ายน้ำหลังจากที่ซ้อมกันเสร็จเรียบร้อย ฟังผู้จัดการทีมบอกถึงตารางซ้อมแข่งกันเองพร้อมกับตารางซ้อมใหม่ ที่เพิ่มรายการการยืดหยุ่นร่างกายแต่การวิ่งตอนเช้าเข้าไปด้วย ฮารุกะได้แต่ฟังผ่านหู เขาสนใจน้ำที่สะท้อนกับแสงจากดวงไฟข้างรั้วมากกว่า

พวกเขาเดินเข้าเปลี่ยนใส่ผ้าในห้องเปลี่ยนชุด ฮารุกะยังคงทำเวลาเปลี่ยนชุดเร็วกว่าชาวบ้านเช่นทุกครั้ง เขามองมาโคโตะเดินไปคุยกับเรย์เรื่องอะไรบางอย่างที่เขาไม่คิดจะสนใจนัก ลอคเกอร์ของมาโคโตะส่งเสียงสั่นบางเบามาจากโทรศัพท์พกพา ฮารุกะเดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึง แต่แล้วมันก็เงียบไป ฮารุกะคิดเดาว่าน่าจะเป็นเมล์ จึงได้แต่เรียกมาโคโตะมาดูก็เท่านั้น

ร่างสูงใหญ่เดินมาพร้อมผ้าขนหนูแห้ง ซับลงศีรษะที่ยังคงชื้นอยู่มากก่อนจะส่งยิ้มให้ มาโคโตะเปิดมือถือดูตอนนั้นเอง ฮารุกะไม่คิดว่าตัวเองจะเห็น ทั้งๆที่ไม่ได้คิดจะแอบมองแต่อย่างใด เขาเห็นชื่อเพื่อนเก่าคนหนึ่งเป็นผู้ส่งเมล์ ภาพถัดมาคือรอยยิ้มของมาโคโตะที่หัวเราะในลำคอเบาๆอย่างร่าเริง

 

ฮารุกะคิดไม่ออกว่าสองคนนี้คุยอะไรกัน

 

เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างทาจิบานะ มาโคโตะ กับ มัตสึโอกะ ริน มีอะไรที่ทำให้มาโคโตะยิ้มกลั้นขำได้?

และฮารุกะก็ไม่เข้าใจ ว่าเขาคิดเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร…

ทางเดินกลับบ้านยังคงเงียบสงบเหมือนทุกวัน เสียงเพื่อนคอยพูดคุยค่อยลดลงเรื่อยๆจนเหลือกันเพียงแค่สองคน ฮารุกะมองมาโคโตะที่คุยเรื่องน้องทั้งสองคนของเขากำลังหัดทำมื้อเย็นอย่างขันแข็ง รสชาติของมื้อเย็นจึงสนุกและประหลาดกว่าที่เคย ฮารุกะมองใบหน้านั้นเสียจนคนพูดชะงักไป

 

“อะไรเหรอฮารุ?”

 

ฮารุกะส่ายหน้า เขาไม่สามารถจัดการกับความคิดตัวเองได้ สมองวนคิดไปมาไม่หยุด เขาคิดถึงมือใหญ่ที่พิมพ์เมลตอบกลับพร้อมสีหน้าสดใส เขาไม่สามารถเมินเฉยต่อมันได้อย่างน่าประหลาด

 

“แต่หน้าตาฮารุดูเครียดๆนะ มีอะไรก็บอกมาเถอะ ฉันจะช่วยนะ?”

 

มาโคโตะยื่นไมตรีให้เขาเหมือนทุกครั้ง แต่ฮารุกะกลับนึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาหน่อยๆ และเขารู้ว่ามันงี่เง่า ไม่สมเหตุสมผลเสียจนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรตอบไปดี

 

ร่างโปร่งคว้ามือใหญ่ขึ้นมาจับ มองดูมีตัวเองประสานกับเรียวนิ้วนั้น ไออุ่นแผ่ซ่านมาถึงมือเขา ฮารุกะรู้สึกพอใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะมองหน้าเจ้าของมือ เมื่อเห็นว่ามือนั้นไม่จับมือเขาตอบเสียที

 

“อ…อะไรเหรอฮารุ?” มาโคโตะถามเสียงสั่น ใบหน้าของเขาแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยเท่าที่มองเห็นได้จากแสงสลัวของหลอดไฟริมทาง และจับได้ว่ามาโคโตะพยายามนิ่งขึ้นกว่าเดิมมากก่อนจะพูดประโยคถัดไป “มือฉันทำไมเหรอ?”

 

“ฉันสงสัยว่าทำไมไม่จับมือฉันน่ะ?”

 

มาโคโตะเลิ่กลั่ก… ทั้งยังไม่ค่อยเข้าใจนัก ว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น และยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าฮารุกะทำไมจึงต้องจับมือของเขาไว้

 

“มือนาย… สากเหมือนกันนะ” ฮารุกะใช้ปลายนิ้วของเขาถูสัมผัสมืออุ่น “เหมือนกับของฉันไหม?”

 

“อื้ม” มาโคโตะยิ้มแม้ว่าใบหน้ายังคงแดงระเรื่อ “พอๆกันนะ แต่อุ้งมือของฮารุนิ่มกว่าหน่อยๆล่ะ”

 

พอถึงประโยคนี้ มาโคโตะก็เหมือนจะลืมไปแล้วถึงความสงสัยที่ตัวเองมี ฮารุกะมองสีหน้ายิ้มแย้มนั้นก่อนจะเอ่ยออกไปเสียงเรียบ “วันนี้ฉันไปค้างนะ”

 

“เอ๋? ….อื้ม ได้สิ” มาโคโตะตอบรับ ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้งเมื่อฮารุกะทิ้งมือลงข้างตัวราวกับเดินตามปกติ เสียแต่ว่ามีมือของเขาอยู่ในมือของฮารุกะด้วยเท่านั้น

**

ฮารุกะมองมาโคโตะรับมือน้องชายและน้องสาวเป็นพัลวัน เช่นเดียวกับตัวเขาเองที่เล่นของเล่นด้วยไปตามประสา กว่ามาโคโตะจะสามารถปลีกตัวไปอาบน้ำได้ น้องทั้งสองคนก็แทบหลับคาห้องนั่งเล่น เป็นหน้าที่เขากับชายร่างใหญ่พาน้องๆขึ้นไปส่งถึงเตียง มาโคโตะยิ้มอ่อนโยนให้เขาก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ และบอกให้เขาเข้าไปรอในห้องก่อนได้เลย

 

ฮารุกะมาบ้านหลังนี้ราวกับเป็นบ้านตัวเอง เขาเปิดประตูห้องนอนของเพื่อนสนิทก่อนจะนั่งลงบนเตียงนุ่มนิ่ม ด้วยที่ผมของเขายังไม่แห้งดีนักจึงยังไม่กล้าทิ้งตัวลงนอน ได้แต่หยิบนิตยสารที่วางคาอยู่ไม่ไกลขึ้นมาเปิดอ่านเพลินๆอย่างไม่เจาะจงอะไรเป็นพิเศษ สิ่งที่ขัดจังหวะเขา เป็นเสียงสั่นจังหวะสั้นๆของโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนเตียงนั้นเอง ฮารุกะไม่คิดจะหยิบดูถ้าไม่ใช่คนโทรเข้า คงจะเป็นเมล์อีกครั้ง…. เมล์ที่อาจจะมาจากคนคนเดิม… คิดแล้วฮารุกะก็ส่ายหัวไปมาไล่ความไร้สาระของตัวเอง

เจ้าของห้องเดินเข้ามานั่งที่พื้นถัดจากร่างโปร่งก่อนจะเอื้อมไปเปิดทีวี เขาเห็นเพื่อนร่วมห้องมองหน้าเขาแทนที่จะเป็นหนังสือก็ยิ้มให้ ผ้าขนหนูในมือถูกมือเรียวแย่งไป ผมสีน้ำตาลมะฮอกกานีถูกซับแผ่วเบา มาโคโตะได้แต่นั่งตัวเกร็งด้วยน้อยครั้งนักที่เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น

 

“หูนายแดงแน่ะ” ฮารุกะเอ่ยทัก นั่นทำให้คนถูกทักรู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดมากกว่าเดิมสองเท่า “แล้วก็… ฉันว่าฉันได้ยินโทรศัพท์นายสั่น”

 

มาโคโตะเอื้อมไปหยิบมือถือที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะกลับมานั่งอยู่ท่าเดิม ให้คนข้างตัวเช็ดผมก็เขาอย่างเพลิดเพลิน เขาเปิดโทรศัพท์ขึ้นอ่านเมล์ ก่อนจะตอบกลับไปสั้นๆ และนั่งนิ่งๆให้คนนั่งบนเตียงเช็ดต่อไป

 

“มาโคะโตะ”

 

มือหยุดเช็ดผมสีอ่อน ฮารุกะไม่เข้าใจตัวเองนัก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย และไม่รู้ว่าเรียกอีกฝ่ายเพื่อพูดอะไร

 

“ฮารุง่วงแล้วเหรอ?” มาโคโตะตีความไปอีกทาง และฮารุกะยอมให้เป็นแบบนั้นด้วยการพยักหน้านิ่ง

 

ทีวีที่ไม่มีใครดูถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ ไฟกลางห้องถูกปิดเหลือเพียงแต่ไฟสลัวจากโคมข้างเตียง มาโคโตะรอจนอีกคนห่มผ้าเรียบร้อย แล้วจึงดับไฟลง ภายในห้องมืดมิด ร่างสูงเอนกายลงนอนข้างๆ ดึงผ้าห่มถึงหน้าอกก่อนจะหลับตานอน

แต่ฮารุกะไม่หลับ เขาลืมตาในความมืด ขยับตะแคงมองเสี้ยวหน้าที่แทบจะมองไม่เห็น จวบจนสายตาเริ่มชิน แสงสลัวจากนอกหน้าต่างพอทำให้มองเห็นใบหน้าอ่อนโยนนั้นหลับตาลงอย่างนิ่งสงบ นิ้วมือของเขาลองเขี่ยขนตาคนข้างๆเล่นดูอย่างไม่มีเหตุผล

 

“ฮ…ฮารุ?” เจ้าของห้องลืมตาขึ้น เวลาเพียงชั่วครู่ยังไม่ทำให้เขาหลับลงได้ เขาหันมองคนข้างๆอย่างตกใจปนประหลาดใจ “อะไรเหรอ?”

 

“แค่สงสัยว่าขนตานายเป็นยังไงน่ะ”

 

มาโคโตะถึงกับย่นคิ้วอย่างประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นเหรอฮารุ?”

 

“… ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ฮารุกะตอบตามตรง เขาถอนหายใจยาว ความห่วงใยของคนฟังยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ

 

“ฮารุดูหงุดหงิดอะไรอยู่ หรือคิดอะไรไม่ตกรึเปล่า ฉันเป็นห่วงนะ ฮารุ?”

 

ฮารุกะยังคงเงียบ เขาได้แต่มองใบหน้าที่ส่งความห่วงใยมาให้เขาอย่างไม่คิดปิดบัง เท่านี้ก็ในสมองก็พลันว่างเปล่า “ไม่มีอะไร-”

 

เสียงโทรศัพท์สั่นทำให้ฮารุกะชะงักไป เขามองมือใหญ่เอื้อมไปหยิบมันเปิดดู แล้วหัวเราะกับหน้าจอที่สว่างนั้น ฮารุกะเหมือนเส้นอะไรสักอย่างในหัวของเขาขาดผึง ก่อนที่คนข้างตัวจะส่งมือถือนั้นมาให้เขาดู

 

“ดูสิ นางิสะไปค้างที่บ้านเรย์ล่ะ ไปค้างบ้านเขายังแกล้งเขาอีก” มาโคโตะหัวเราะ

 

รูปที่เห็นเป็นรูปรุ่นน้องที่ชื่อเรย์ โดนเขียนหน้าเละเทะขณะหลับอยู่ รูปพระอาทิตย์ สายรุ้ง ม้า เก้าอี้ และคำพูดที่อ่านไม่ออกเต็มสองข้างใบหน้า รอบดวงตาถูกวาดกรอบแว่นล้อมรอบพร้อมแต่งเติมนัยน์ตาใสบนเปลือกตาที่หลับสนิท ข้างๆเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเขา ชูกสองนิ้วยิ้มให้กล้องอย่างภูมิใจในผลงาน ข้อความที่แนบมากับเมล์คือ ‘ผลงานแห่งความรักของฉันเอง~!’

 

ฮารุกะมองรูปนั้นสลับกับมาโคโตะที่ยังหัวเราะคิกคักอยู่ มือยกขึ้นเคลียใบหน้าตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ร่างสูงสะดุ้งก่อนจะนอนตัวแข็งทื่อ ฮารุกะอดยิ้มออกมาไม่ได้

 

“ฮ…. ฮารุ?” เสียงสั่นเครือเรียกอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ

 

“หืม?” ฮารุรับคำเรียก แต่ยังไม่หยุดเกลี่ยผมข้างแก้มคนข้างตัว ที่ราวกับจะสะดุ้งทุกครั้งที่เขาขยับสัมผัส

 

“ฮ..ฮารุ…”

 

“ว่าไง?”

 

“ค…คือ… ฮารุคิดอะไรอยู่เหรอ- อ๊ะ!” มาโคโตะหยุดพูดทันทีที่ข้อนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายสัมผัสที่ริมฝีปากของเขา เขาอยากหลับตาแน่น ติดอยู่ที่อีกฝ่ายยังคงมองสบตาของเขา เขาไม่อาจหลบตาแม้ว่าไม่สามารถอ่านความหมายของสายตานั้นได้

 

“มาโคโตะ… จะอยู่ข้างๆฉันใช่ไหม?”

 

เจ้าของชื่อพยักหน้ารัวๆ เมื่อมือของคนข้างๆผละไปแตะสัมผัสบางเบาที่หูของเขาแทน “อื้อๆ!”

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น?”

 

“ฉันไม่มีวันให้ฮารุต้องอยู่คนเดียวหรอก”

 

ฮารุกะยิ้มให้กับสีหน้าที่จริงจังและแววตามุ่งมั่นมองมายังเขา

 

“ห้ามคืนคำนะ?”

 

มาโคโตะยิ้มละมุนออกมา ฮารุกะมองมันค้างราวกับแสงของวันใหม่ “อื้ม! ฉันจะอยู่ข้างๆฮารุตลอดไป ฉันจะไม่มีวันทิ้งฮารุไปไหนหรอก ฉันสัญญา”

 

“เป็นของฉันคนเดียวนะ?”

 

“อ… อื้ม!” มาโคโตะไม่เข้าใจความหมายนั้นนักแต่ก็รับคำอย่างงงๆ

 

“นายดูลังเลนี่”

 

“เปล่านะฮารุ… ฉันแค่สงสัยว่าที่ฮารุพูดมันแปลกๆ-อ๊ะ!” ร่างสูงนอนตัวแข็งอีกครั้ง เรียวนิ้วของเพื่อนสนิทแตะแผ่วเบาที่ริมฝรปากของเขา

 

“นายสัญญาว่าจะอยู่ข้างฉันตลอดไปไง”

 

เจ้าของห้องพยักหน้าหงึกหงักทั้งๆที่หน้าเห่อร้อนไปถึงคอ เขาไม่กล้าขยับปากพูดอะไร ตราบใดที่เรียวนิ้วนั้นยังสัมผัสอยู่ที่กลีบปากของเขา

 

“ไม่สนใจคนอื่นไปมากกว่าฉันนะ?”

 

ถึงตรงนี้ มาโคโตะไม่เข้าใจนัก เขาจับมือของคนร่วมเตียงกุมไว้ในมือ ก่อนจะถามอย่างใคร่รู้ “ฉันไม่เคยคิดเรื่องของคนอื่นไปมากกว่าเรื่องของฮารุตั้งแต่เด็กๆแล้วนะ ฉันอยากอยู่ข้างฮารุยิ่งกว่าใคร ฉันจะอยู่ข้างฮารุไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ฉันเลยไม่เข้าใจว่าฉันสนใจคนอื่นยังไง? เหมือนที่ฉันคิดเรื่องของเรย์หรือนางิสะรึเปล่า?”

 

ฮารุกะส่ายหน้า เขาตอบไม่ได้ เขาแค่ไม่พอใจที่เห็นชื่อบางรายชื่อที่เขาไม่สามารถมีส่วนร่วมในการรู้เห็นด้วยได้ ทั้งที่เขาไม่ได้คิดมากและไม่สนใจ เรื่องนี้กลับไม่ออกไปจากหัวของเขาราวกับเป็นห่วงคล้อง รู้สึกเหมือนมีกำแพงกั้นระหว่างเขาและมาโคโตะ ….ตัวเขา…ที่โดนกันออกมาไม่ให้รับรู้สิ่งใด

 

“…….ฉันไม่รู้หรอก ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

 

มาโคโตะส่งยิ้มให้คนข้างตัวอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าฮารุกะสับสนเรื่องอะไร หรืออาจจะกำลังคิดมากเรื่องอื่นและอาจจะกำลังอยากได้กำลังใจจากเขา รอยยิ้มนี้จึงราวกับตัวช่วยส่งกำลังใจให้อย่างเต็มเปี่ยม

 

“ฮารุค่อยๆคิดไปนะ ไม่ว่าฮารุจะเดินทางไหนฉันก็จะไปเป็นเพื่อน ฉันจะอยู่ข้างๆฮารุตลอด ไม่ว่าอยากจะปรึกษาฉันหรือไม่ก็ตาม ฉันก็จะเป็นกำลังใจให้ฮารุนะ”

 

แววตาที่ซื่อตรงนั้นทำให้ฮารุกะคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ในหัวของเขาช่างปลอดโปร่ง ความคิดบางอย่างแตกตัวในสมองของเขา ถึงจะตกใจแต่ก็ไม่ประหลาดใจ ความรู้สึกต่อคนตรงหน้าที่เขามีให้ กระจ่างชัดเจนอย่างไม่มีอะไรค้างคา

 

ฮารุกะจับมือใหญ่ตรงหน้า ประทับริมฝีปากบนฝ่ามือนั้นแผ่วเบา โดยไม่สนว่าคนร่วมเตียงจะสะดุ้งสุดตัว หรือจะมีอาการใบหน้าเห่อร้อน เลือดฉูบฉีดแดงระเรื่อลามไปยังคอและใบหู

“สัญญาแล้วนะว่าจะอยู่กับฉันตลอดไป… มาโคโตะ”

Please forget these all and continue read normal pairing side on next chapter…

++++++++++++++++++++++

Talk ยาวๆ:
ทุกคนคะ…….

เป็นความรู้สึกที่สับสนระหว่างจะให้ฮารุใสใสกับให้เป็นจิ้งจอก O<<
ที่จริงแล้วฮารุใสใสนะคะ ก็พยายามจะใสมาเรื่อยแหละ แต่บางทีก็อยากให้ขี้โกงบ้างอ่า เพราะฮารุชอบขี้โกงนี่นา! เลยออกมาเป็นแบบนี้ซะอย่างนั้น….

ที่จริงคนเขียนเมนฮารุมาโกะนะคะ (ใช่ค่ะ เรื่องจริง…) แล้วทำไมแต่งมาโกะฮารุ ก็ไม่เข้าใจค่ะ ฮา แต่พออ่านทุกคนเรียงๆแล้ว ก็ไม่ได้เด็ดขาดนะว่าชื่อไหนหน้าหลัง คลุมเครือกันไป จนกว่าจะมีฉากมั้ง (มั้ง มั้ง… แต่คิดว่าไม่มีนะคะ เราเขียนไม่เป็นค่ะ เป็นคนใสใส ฮืออออ)

สารภาพค่ะ มาถึงตอน 4 แบบ kick off เข้าไปแล้ว และเราได้เห็นว่าในไฟล์ต้นฉบับมีตอนที่ 4 แบบปกติ (เป็นมาโกะฮารุค่ะ ฮา) ค้างเติ่งอยู่ด้วย จนป่านนี้……. ข้าพเจ้ายังไม่ได้ดูอนิเมเรื่องนี้ตอนจบเลยเจ้าข้าเอ๊ยยยยยย

เป็นโรค OTL
เป็นโรคอะไรที่จะต้องไม่ดูตอนจบก็ไม่ทราบได้ สปอยก็มีรู้มาบ้างนะคะ แต่ไม่ทราบว่ามันจบยังไง (ไม่ต้องห่วงค่ะ ไฟล์มีครบแค่ยังไม่ดูเท่านั้น) เราคิดว่าเราอาจจะดูมันก็ได้เมื่อ ES ตอนแรกมา… (คิดว่านะ)

อาจจะเป็นเพราะเรากลัวค่ะ
เรากลัวว่าเราจะไม่ชอบตอนจบนั้น ทราบมาว่ามันจบแบบ feel good ตามสไตล์เกี๊ยวอานิ แต่ว่าที่เรามโนไว้ เรากลัวว่ามันจะเป็นจริงและมันจะทำให้เราไม่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้ไปเพราะตอนจบของมัน ลามไปยันถ้าเราดูตอนจบแล้วอาจจะแต่งฟิคต่อไม่ได้แล้วก็ได้ #อือ #เป็นโรค

เห็นภาพ ES ออกมาตั้งแต่รูปแรกของโซสึเกะ ก็คิดเลยว่าว่าเราต้องแต่งคู่ โซสึเกะมาโกะแน่ๆ #ทำไมเป็นคนแบบนี้ #ที่จริงเราชอบมาโกะเสะนะคะ #จริงๆ
โซสึเกะหล่อมากกกกกก คือยิ่งได้อ่านไฮสปีดแล้ว พลอตโซสึเกะมาโกะก็มีเต็มเบยค่ะ O<< (ในนิยายตอนที่โซสึเกะออกไม่ได้เกี่ยวอะไรสักกะติ๊กกับมาโกะเลยนะคะ เรามโนของเราเองค่ะ OTL)

สุดท้ายนี้ ตอนนี้ตั้งแต่แต่งเสร็จก็คงเพิ่งจะอ่านทวนก่อนเอามาลงบลอคเองค่ะ อาจจะมีคำผิดหรือตรงไหนอ่านไม่รู้เรื่องก็คอมเมนท์แจ้งได้เลยนะคะ

ขอบคุณค่ะ,

Advertisements

One thought on “[Free! Fanfiction]: In touch – 4 *Kick off*

  1. บ้อน…………..

    นายเป็นคนเขียนฟิคที่เลวมาก เขียนแล้วต้องต่อให้จบสิฟะ แล้วเมนฮารุมาโกะ เจือกเขียนมาโกะเสะทำไม เห็นมั้ยว่าเสะไม่ขึ้น!!! #หะ

    ก็เขียนฮารุเสะไปเซ่!!!! จะเอามาโกะเคะเฟร่ยยยยยยยยยยย

    #เลาเป็นคนยืดหยุ่น

    เอาฮารุมาแย่งชิงมาโกะกับโซสึเกะก็ดั้ยยยยยยยย
    #โถ
    #โซสึเกะแพ้เห็นๆ
    #แต่นายอาจจะชนะนิดนึงถ้าชิงปล้ำมาโกะก่อนนะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s