[Daomu fanfiction] Game Over -prologue-

The start button

_______________________________

เสียงเอฟเฟคผ่านลำโพงจิ๋วสองฝั่งของหน้าจอพ่วงด้วยเสียงก่อกแก่กรัวไม่หยุด เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมยังไม่รู้สึกอะไร กระทั่งเสียงเริ่มดังขึ้น ทั้งยังมีคำด่าปนแทรกเข้ามา กวนสมาธิจนทำงานต่อไม่ไหว ผมจึงเงยหน้าจากจอแลปทอปของตัวเองเหลือบมองสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมบ้าน หากแต่เสียงรบกวนไม่ปราณี

ผมส่งเสียงเรียกเขาสองสามคำ คนข้างๆ สะกิดก็แล้ว ยังไม่รู้สึกตัว ผมจึงไปยืนข้างๆ มองว่าในจอนั้นมันมีอะไรนักหนา

ภาพที่ชายวัยกลาง(เกือบจะปลายๆ)คนเล่นเกมมันทำให้ผมแปลกใจได้ไม่เท่าความรัวนิ้วที่กดยิกๆ ลงบนจอยเกมอย่างไม่กลัวว่ามันจะเสีย เสียงก่อกแก่กที่ผมได้ยินมันมาจากสิ่งนี้เอง เหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาสบตาผม ดูไม่ออกมาเบื่อหรือไม่ที่นั่งฟังเสียงโหวกเหวกทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้มีส่วนร่วม คิดหนักว่าควรจะจับเขาไปนั่งเหม่อที่อื่นหรือจะซื้อจอยเกมให้อีกอันดี ศีรษะทุยนั่นเอนมาพิงหน้าท้องผมที่ยืนเยื้องหลัง กลั้นใจอย่างมากที่จะไม่เอามือลูบผมสีดำสนิทนั่น

เสียงเอฟเฟคท้ายเกมดังขึ้น หน้าจอปรากฏคำว่าชนะเด่นหรา นายอ้วนส่งเสียง ‘เยส!’ ออกมาพร้อมทำท่าทางออกรส…. นี่นายแข่งแมตซ์ทีมชาติรึไง…

“อ้าว เทียนเจินมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เขาเพิ่งสังเกตเห็น เอี้ยวตัวมาถาม พอดีกับอีกคนเปลี่ยนเป็นนั่งหลังตรงเหมือนเดิม

“ตั้งนานแล้ว หนวกหู” ผมเอ่ยกระชับ “อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ยังมาเล่นเกมอะไรพวกนี้อยู่อีก มองทันเหรอลุง”

“อุว๊ะ! หน้าจอก็บอกอยู่ว่าชนะ นี่จะหาเรื่องกันใช่ไหม ดวลกันสักตาไหม?” นายอ้วนวางจอย ฆ่าได้หยามไม่ได้

“ไม่เอา มองไม่ทัน ต่อให้มองทันก็กดไม่ทัน” ผมพูดเสียงเรียบเรื่อย ทั้งฆ่าทั้งหยามได้หมด เรื่องจริงล้วนๆ ที่ออกมาจากปากผมทำให้คนท้าทำหน้าเซ็ง “ว่าแต่ทำไมมีจอยอันเดียว?”

“หยุด” นายอ้วนชี้หน้าผม “ตอนแรกมันมีสองอัน!” ผมกำลังจะอ้าปากถาม แต่โดนนิ้วชี้นั่นห้ามเอาไว้อีกรอบ “เล่นกับแม่งตาเดียว เสียจอยไปอันนึง หลักฐานอยู่ในถังขยะ อนาล็อคหลุด ปุ่มแตกด้วยแรงกด… ฉันคงไม่ต้องบอกแล้วนะว่าฝีมือใคร!”

“อ้อ… ก็ลืมไปว่านายไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ” ผมเหลือบตามองคนที่ยังนั่งนิ่งไม่หือไม่อือ

“ไหนๆ ก็พูดแล้ว จำต้องพูดให้หมดนะ” นายอ้วนถึงกับหันเก้าอี้หันหน้าเข้าหาผม “ก่อนหน้านี้ฉันสมัครเกมออนไลน์ แล้วก็ต้องเก็บเลเวลเพื่อเปลี่ยนอาชีพ บางช่วงที่ต้องทำกับข้าวก็เลยฝากน้องเขาเล่นให้หน่อย ….นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงสั่งซื้อจอยมา…”

นายอ้วนบุ้ยหน้าไปด้านหลัง มองเลยไปเห็นปุ่มคีย์บอร์ดไม่น้อยเด้งออกมาจากแผง บางปุ่มแตกไม่เหลือเค้าทรงสี่เหลี่ยม ผมอ้าปากหุบปากอยู่นานว่าจะพูดอะไรดี

“เอ่อ… นายก็รู้ว่าเสี่ยวเกอมีจุดเด่นอะไร… ฉันคิดว่าเขาออมแรงแล้วนะ” ไม่อย่างนั้นโต๊ะทะลุไปแล้ว… “จะว่าไป นายว่างมากหรือไงถึงได้มาเล่นเกม?”

“เทียนเจิน… แกงานรัดตัวมากสินะ…” นายอ้วนหรี่ตา “ไอ้ที่ไถลๆ หาร้านสั่งซื้อของออนไลน์นี่มันงานยุ่งมากเลยเนอะ”

ผมเงียบ สะอึกไปครึ่งคำ

คิดแล้วก็เศร้าใจ งานการไม่มีจะทำ ร่างกายไม่ได้ขยับ ผมนึกในใจว่าต่อไปผมคงเล่นหุ้นอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องหากิจกรรมเสริมบ้าง แต่ถ้าไม่หาที่ลงกรวยหรือไปเดินตลาดของเก่า วาดผังอะไรเล่นเรื่อยเปื่อยผมก็ไม่รู้จะทำอะไรดีแล้ว

นายอ้วนราวกับมองทะลุเห็นความคิดของผม จึงเอ่ยขึ้นมา “นายมาเล่นเกมกับฉันสิ”

ผมเลิกคิ้ว “ไอ้บ้า บอกแล้วว่าไม่ทัน เกมต่อสู้อย่างที่นายเล่นฉันไม่ไหวหรอก”

“แหม… มันก็ไม่ได้มีอยู่เกมเดียวไหมโลกนี้ เกมออนไลน์ไง มันก็เดินๆ สู้ๆ เก็บแต้ม เพลินๆ นะ” แหม่… มันเพลินยังไงให้คีย์บอร์ดแตกได้… “นี่ ตอนนี้ฉันเพิ่มสมัครเข้าอยู่เกมสองเกมนะ ให้นายยืมไอดีไปลองเล่นก่อนได้ ถ้าชอบค่อยมาเล่นด้วยกัน ว่าไงล่ะ?”

มือนายอ้วนหยิบไอดีการ์ดมาสองใบโบกไปมา ถ้าเป็นบัตรเครดิตผมคงคว้าไปแล้ว

“เทียนเจิน มันจะต้องคิดมากอะไรวะ?” เขาเร่ง

“ค่าคอมใหม่ ค่าไฟ อะไรแบบนั้น” ผมตอบเสียงนิ่ง นายอ้วนเบิกตาทันทีที่ได้ยินก่อนจะหัวเราะร่วน

“ไปพูดให้หมาหน้าบ้านฟังไป! เรื่องขี้ประติ๋วแค่นั้นอย่าทำมาเป็นเยอะ!” นายอ้วนเอาการ์ดในมือตีใส่หัวผม “แล้วเล่นด้วยคอมฉันไปก่อนก็ได้มั้ง ชอบแล้วค่อยมาคิดกันอีกที”

“จะเล่นด้วย” ผมกับนายอ้วนหันไปทางต้นเสียงแทบจะพร้อมกัน ไม่แน่ใจว่าที่หูได้ยินนั้นถูกต้องหรือไม่ “…ไม่ได้เหรอ?”

นายอ้วนกลอกตาวนสามรอบก่อนจะพูดว่า “งั้นหาที่วางสต็อคคีย์บอร์ดเอาไว้เลยแล้วกันนะ เทียนเจินกดสั่งมาก่อนสักห้าอันมั้ย? แล้วเม้าส์อีกสักสิบ”

“เว่อร์ไป! อันที่จริงพวกนี้ต่อให้มันหลุดแล้วก็ยังใช้ได้อยู่นะ…” ผมมองสภาพคีย์บอร์ดอันเดิม “ไหนเปิดให้ลองสักเกมสิ”

“เอาเกมไหน?” นายอ้วนยื่นการ์ดสีใบสองสีในมือ “รู้ว่าไม่รู้จักสักอัน แต่ว่าเลือกมาละกัน”

“เอาการ์ดใบสีแดงนี่ก็แล้วกัน ลายสวยดี”

ผมเลือกแบบขอไปที นายอ้วนเข้าเกมรูดการ์ดล็อคอินเป็นที่เรียบร้อย หูฟังเขาอธิบายพลางซ่อมคีย์บอร์ดไปพลาง พอมันใช้ได้ก็เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ สอนผมให้ปุ่มให้ตัวละครเดินไปมา

 

เกมก็ไม่มีอะไรมากอย่างที่นายอ้วนว่าจริงๆ …. แบบนี้ผมคงเล่นแป๊บเดียวก็เบื่อล่ะมั้ง..

to be continued…

END(เถอะ)

 

Talk :
นี่มันเรื่องบ้าอะไรก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ #ความอัดอั้นตันใจนี้
จะเกิดครอสโอเวอร์สามเรื่องหรือไม่… #ไม่
ขอให้มันเกิดและจบลงเพียงเท่านี้ พยายามกล่อมตัวเองว่าคงไม่ได้แต่งฟิคมานานเลยฟุ้งซ่าน ถ้าได้เขียนสักท่อนน่าจะระงับอาการอยากได้ชะงัก

เราแต่งฟิคเต้ามู่นะคะ /พรากส์
ตอนแรกที่มีไอเดียจะครอสโอเวอร์ เราจะแต่งเมนเป็นเจียงซั่ว(บ้านซ่อนผี)เล่าค่ะ คงตลกกว่าให้อู๋เสียเล่าหลายขนาน 555555 คิดถึงเวลาฉินอี้เหิง(บ้านซ่อนผี) นายเมิน และพี่เยี่ย(ฉวนจื๋อ) มาเจอกัน มันคงบันเทิงมาก
แต่คิดๆแล้วไม่ควรไกลเกินว่าแต่งขึ้นมาเล่นๆ ขำๆ เลยไม่อยากหาอะไรรัดตัว ให้นายน้อยเล่าไปแทน ถถถถ

กรุณาอย่าถามว่าเกมที่นายน้อยเลือกเล่นคือเกมอะไร /น้ำตามา
อยากจะพีคหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่ความโรคจิตของเรา และความใจมาร(?)ของนพซซ ไม่ว่ายังไงเราก็คิดถึงสามเหลี่ยมเหล็กนี่ก่อนทุกที… #บ้าจริงงงงง

โอเคค่ะ จบแต่เพียงเท่านี้
ถ้ามีตอนต่อไปรบกวนตีหัวเราทีนะคะ 555555555

Advertisements

5 thoughts on “[Daomu fanfiction] Game Over -prologue-

  1. *จะเล่นด้วย* ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้ อยากเห็นพวกนายน้อยเจอคาร์บ้านซ่อนผีเหมือนกันค่ะ รอตอนต่อนะคะ!

    • 55555555555555 ชอบตรง *จะเล่นด้วย*
      เรายังไม่รู้เลยค่ะว่าจะได้ต่อมั้ย ประเด็นคือกลัวมันยาว มันต้องยาวแน่ๆ แล้วใช้เวลา 1 ปี กว่าจะจบเรื่อง ก๊ากกกกก

  2. อ่ะ….อ่าว
    END เลยเหรอ T_T
    นี่เตรียมอ่านตอนที่เสี่ยวเกอดวลกับนายน้อยเลยนะนี่ 555

  3. Pingback: Pre-Order : The Traveller [Q&A] | R U B I X X X

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s