[QZGS fanfiction] : 恨你 恨你 (恨你 每当我想起你)

Hate you, Hate you (Hate you whenever I think of you)
Pairing : YeLan
Rate : PG
_____________________________

ดวงตาเหม่อมองหน้าจอไม่โฟกัสไปยังที่ใดที่หนึ่ง ตัวละครด้านในขยับเดินไปข้างหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อย คนนอกจอถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจะนับ ไม่อาจจะหาสาเหตุได้ด้วยว่าทำไมจึงได้เบื่อหน่ายเช่นนี้ ทั้งๆ ที่การเก็บเลเวลกระทั่งคนในปาร์ตี้อยู่กันอย่างสงบสุขแบบนานทีปีหน ไม่มีเรื่องให้ชวนปวดหัว สายตามักจะเหลือบมองช่องสนทนาส่วนตัวเสียเรื่อย ช่องกิลด์แชเนลมีข้อความไหลขึ้นไปเรื่อยกวาดตามองดูอย่างเฉยเมย

 

ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้วว่าทำไม…

 

ใครจะไปรู้ว่าคนที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้พูดคุยด้วยผ่านช่องแชทในเกม

ใครจะไปรู้ว่าคนที่เคยคิดว่าไม่เคยเอื้อมถึงกลับใกล้เสียจนแทบไม่มีช่องว่าง

ใครจะไปรู้ว่าคนที่เคยคิดว่าอยู่สูงลิบลิ่วนั้นจะแพรวพราวด้วยคำพูดมากมายที่เขารับมือไม่ได้

 

มองตัวเลขบอกเวลาที่มุมหน้าจอ ถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง เลยเวลามื้อเย็นไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว แม้จะไม่หิวแต่คงถึงเวลาออกจากเกมเสียที เขากวาดตาอ่านช่องแชทในกิลด์แชเนลอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นอะไรสำคัญจึงเลื่อนเมาส์ไปที่รูปเฟือง เห็นคำว่า Log out อยู่บรรทัดล่างสุด

แถบด้านล่างของจอมีหน้าต่างหนึ่งกะพริบ มีคนส่งข้อความส่วนตัวถึงเขา ยั้งการออกจากเกมเอาไว้ได้ทัน เมื่อกดขยายหน้าต่างคุยเป็นช่องใหญ่ก็ถอนหายใจแรงออกมาอีกรอบ

 

 

คนอะไรรอทั้งวันไม่ปรากฏตัว แต่ดันโผล่มาตอนที่จะออกไปใช้ชีวิตนอกเกม แถมยังจังหวะดีมากอย่างน่าโมโหเสียด้วย!

 

 

“เหล่าหลาน” คนกวาดตาอ่านข้อความแล้วก็ย่นคิ้ว… ใครเขาให้เรียกสนิทแบบนี้กัน!

นิ้วรัวแป้นพิมพ์ตอบไปแทบจะให้ทันที “เราสนิทกันตอนไหน?”

“พักนี้ที่กิลด์มีปัญหาอะไรรึเปล่า?” คนอ่านพลันคิ้วกระตุก

“สงบสุขดี” พิมพ์ตอบหน้าตาเฉย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร

“คุณก็รู้ว่าไม่ได้หมายถึงกิลด์ของคุณ” ไอ้รู้น่ะมันรู้อยู่แล้ว แต่จะตอบดีๆ ไหมมันก็อีกเรื่อง พี่ชายอยากนึกมาตอนไหนก็มาแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน ขาดการติดต่อไปตั้งเกือบสัปดาห์ ใครเขาจะกระตือรือร้นดูกิลด์ที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองกันเล่า!

“ก็ไม่มีอะไร ราบเรียบดี คนสมัครเข้ากิลด์มีประปราย ส่วนใหญ่ก็ลงดันเจี้ยน ทำเควสต์ เลเวลของกิลด์ไม่กระโดดพรวดพราดเหมือนอย่างทีแรก ถึงจะมีพวกหน้าใหม่มาป่วนบ้างก็ไม่มีประเด็นสำคัญ” เมื่อพิมพ์ตอบไปเสียยาวเหยียด นิ้วก้อยกระแทกปุ่มเอ็นเตอร์พลันนึกได้ว่า เขาไม่จำเป็นต้องตอบความจริงก็ได้นี่หว่า…

“อ้อ ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะคุณพี่เลี้ยงอันดับหนึ่ง”

“…” แจกจุดแล้วน้ำตานองหน้า เขาไม่ได้อยากเป็นพี่เลี้ยงให้ใครทั้งนั้น แถมนี่ยังเกินข้อตกลงห้าวันมานานโขแล้วด้วย ไหนล่ะอิสระของเขา!

“ตอนนี้คุณอยู่ตรงไหน?”

“กำลังจะออฟไลน์” หลานเหอพิมพ์ตามความจริง ไม่เห็นประโยชน์ที่จะบอกตำแหน่งตัวละครให้อีกฝ่ายรู้

“ทำไมรีบออก?”

หลานเหอสูดลมหายใจเข้าลึก เขาน่ะหรือรีบออก? อยู่มาทั้งวันแล้วมีแต่พี่ชายนั่นแหละที่เพิ่งจะล็อคอินเข้ามาในขณะที่คนอื่นเขากำลังจะออฟไลน์น่ะ ยังมีหน้ามาตั้งคำถามอีกรึ?

“ตกลงคุณอยู่ตรงไหน?”

คนที่จะออกจากเกมเอียงคอสงสัยกับหน้าจอ ดูท่าอีกฝ่ายจะมีธุระจริงๆ มือจึงแจ้งพิกัดที่อยู่ของตัวละครออกไป ช่องแชทก็ไม่มีข้อความใดตอบกลับมาอีก

เขากดปิดหน้าต่างพูดคุย พาตัวละครเดินไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณที่เขาอยู่ไม่ค่อยมีคนอื่นเดิน ไม่หนาแน่นเหมือนทางเข้าดันเจี้ยนบางจุด หลานเหอนอกจอเองก็กำลังเหม่อ นึกถึงเมนูอาหารว่าตัวเองจะกินอะไรเป็นมื้อเย็นดี

“ว่าไง”

เสียงทักดังขึ้นประชิดราวกับพูดอยู่ข้างหู ถึงจะใส่หูฟังอยู่จริงๆก็เถอะ หันไปเห็นตัวจวินม่อเซี่ยวยกมือขึ้นทักทายหน้าตายิ้มแย้ม

“ตกลงคุณมีเรื่องอะไร?” หลานเหอไม่เสียเวลาอ้อมค้อม มุ่งเข้าประเด็นทันที

“เรื่อง? อ้อ ไม่มีหรอก เกอแค่อยากมาเจอคุณเฉยๆ”

หลานเหอนอกจออยากเอาหัวโขกโต๊ะนัก! “ผมกำลังจะออกไปกินข้าว คิดว่าคุณมีธุระสำคัญอยากจะคุยด้วยเสียอีก ถ้าไม่มีอะไรจะเรียกผมมาทำไมเนี่ย”

จวินม่อเซี่ยวได้แต่ยิ้ม “งั้นคุณก็ไปกินข้าวก่อนละกัน ไม่ต้องออฟไลน์หรอก เดี๋ยวผมเฝ้าตัวละครของคุณให้”

เพื่อ?? หลานเหออยากกดอ.อ่างอีกแถวหนึ่งใส่ แต่เลือกที่จะไม่ทำอะไรให้เป็นการเสียเวลา “คุณจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ ผมขี้เกียจเข้ามาอีกรอบ”

“หมายถึงอยากเข้ามาล็อคอินตัวอื่นที่ไม่ใช่หลานเหอแล้วรึเปล่า? ตามเวลาน่าจะเข้าไอดีเจวี๋ยเซ่อ?” เยี่ยซิวพูดด้วยเนื้อประโยคดูไม่มั่นใจ แต่น้ำเสียงกลับมั่นใจมากทำเอาคนฟังอดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้

“ที่หลานซีเก๋อผมมีอะไรให้ทำตั้งมาก ไม่ว่างไปช่วยคุณดูแลธุระของคุณหรอก” หลานเหอโพล่งออกไปแล้วพลันใจโล่ง รู้สึกเหนือกว่าอยู่นิดๆ

“แต่ที่คุณมารอเจอผมตรงนี้ ก็เผื่อผมมีธุระให้คุณช่วยไม่ใช่เหรอ?”เยี่ยซิวพูดพลางหัวเราะ หลานเหอฟังแล้วรู้สึกเหมือนมีไอร้อนออกจากหู

“งั้นผมไปล่ะ!” หลานเหอผู้หมดความอดทน ทั้งที่ตอนแรกออกจะใจเย็นอยู่ตั้งนานสองนาน

“อือ ไปกินข้าวแล้วก็รีบมานะ!” เยี่ยซิวตอบเสียงร่าเริง “ตรงนี้ไม่ค่อยมีคน ทิ้งตัวละครไว้นี่แหละ ผมเฝ้าให้”

“ผมหมายถึงผมจะออฟไลน์แล้วต่างหาก!” หลานเหอกระชากเสียง คนอะไรคิดเข้าข้างตัวเองได้ถึงขนาดนี้กัน “ในเมื่อคุณไม่มีธุระ ก็อย่าเสียเวลาผมเลย”

“อันที่จริงตอนนี้ก็กำลังทำธุระอยู่นะ” จวินม่อเซี่ยวนั่งลงข้างหลานเหอ หันไปคุยด้วยอย่างถนัดมากขึ้น

“ธุระบ้าบออะไรของคุณ?” หลานเหออดสงสัยไม่ได้ เท่าที่คุยกันมาเยี่ยซิวยังไม่เอ่ยถามข้อมูลอะไรของหลานซีเก๋อสักนิด อย่าว่าแต่ของหลานซีเก๋อ ของกิลด์ซิงซินเองก็จบไปด้วยประโยคเดียวตั้งแต่คุยแบบตัวอักษรแล้วด้วยซ้ำ

เยี่ยซิวหัวเราะ “ผมก็มาฟังเสียงคุณนี่ไง”

จบประโยคนั้น หลานเหอกดออฟไลน์ทันทีด้วยความเร็วมือสูงสุด

 

 

หลังจากนั่งกินข้าวพลางแชทใน QQ กับชุนอี้เหล่าแล้ว เขากลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ของตัวเองอีกครั้ง เข้าไอดีหลานเฉียวชุนเสวี่ยไปทำเควสต์และลงดันเจี้ยนพักใหญ่ เนื่องจากไม่ได้เข้าไอดีนี้ค่อนข้างนาน มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปครึ่งคืนแล้ว บางอย่างที่ติดอยู่ในใจต้องการถูกแงะออก หลานเหอเบื่อตัวเองเป็นอย่างมากที่กำลังสลับไอดีเป็นหลานเหอ

เขาแค่กลัวว่าจะมีธุระที่แท้จริงซ่อนอยู่เท่านั้น… แค่อยากดูในช่องแชทส่วนตัวเท่านั้นแหละว่ามีใครส่งข้อความอะไรมาหรือไม่ ไม่ได้บังคับตัวละครไปยังพิกัดสุดท้ายที่ตัวเองอยู่แต่อย่างใด…

“จัดการธุระเสร็จแล้วหรือ?”

จริงๆ นะ เขาอาจจะเบื่อตัวเองที่เดินมายังพิกัดนี้เมื่อไม่พบว่ามีข้อความใดๆ ส่งมาเลย แต่ที่เกลียดกว่าคือการเดินมาถึงแล้วเจออีกฝ่ายนั่งอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยน ได้ยินเสียงเยี่ยซิวหันไปแนะวิธีการใช้สกิลให้คนใกล้ตัวเป็นระยะ

หลานเหออยากแจกจุดใส่ตัวเองนัก!

“อ้าว ไปไหนแล้ว?” จวินม่อเซี่ยวลุกขึ้นยืน เดินไปรอบตัวละครหลานเหอที่ยืนนิ่งเพราะกำลังแจกจุดให้ตัวเองอยู่ เยี่ยซิวคงนึกว่าหลานเหอนอกจอเดินไปที่อื่นกระมัง

หลานเหอยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมด คล้ายต้องการให้กำลังใจและรวบรวมสติให้การพูดคุยกับอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก

“อยู่หรอกหรือ?” เยี่ยซิวเดินเข้ามาใกล้ หลานเหอเผลอกดบังคับตัวละครถอยหลังมาก้าวหนึ่ง

“อยู่ แต่ผมไม่อยากคุยกับคุณ” หลานเหอพูดเสียงเรียบ

“อ้อ แต่เกออยากคุยกับเหล่าหลานนี่” จวินม่อเซี่ยวมีอีโมติค่อนหน้ายิ้มเด้งขึ้นมา หลานเหอพลันอยากกดปิดหน้าจอให้รู้แล้วรู้รอด

“เลิกเรียกผมว่าเหล่าหลานเสียที” หลานเหอพูดเสียงเพลีย

“ผมเข้าไปดูประวัติช่วงหลายวันที่ผ่านมา คุณทำหน้าที่พี่เลี้ยงได้เป็นระบบดีมากเลย” เยี่ยซิวชมจากใจจริง กลับเป็นประโยคที่หลานเหอไม่อยากได้ยินสักนิด “คุณไม่เข้าไอดีเจวี๋ยเซ่อล่ะ จะได้สะดวกหน่อย”

“สะดวกสำหรับอะไร?” หลานเหอถามกลับ

“สำหรับเรา” เยี่ยซิวตอบสั้น ง่าย ได้ใจความ

 

 

เรา!!

 

 

‘เรา’ เรอะ!!!

 

 

หลานเหอเงยหน้าสูดหายใจเข้าลึก พูดด้วยน้ำเสียงปกติ “คุณจะพาผมไปไหน? ผมไม่ลงดันเจี้ยนกับคุณนะ”

เยี่ยซิวหัวเราะเสียงเบา “เปล่าหรอก แต่จะไปไหนกับคุณด้วยไอดีหลานเหอนี่มันสะดุดตานี่นา”

“เอาแต่ใจจริงๆ”

หลานเหอพูดเท่านั้นและสลับไอดีอีกรอบเป็นเจวี๋ยเซ่อตามความต้องการของอีกฝ่าย เดินไปยังพิกัดสุดท้ายยังเห็นจวินม่อเซี่ยวยืนรออยู่ ฟังเสียงเยี่ยซิวพูดล่ำลาคนนอกจอ รอกระทั่งเยี่ยซิวกลับมาอยู่หน้าจอตัวเองอีกครั้ง จวินม่อเซี่ยวขยับตัว เจวี๋ยเซ่อเดินตาม คราแรกหลานเหอแค่คิดง่ายๆ ว่าจะไปไหนก็ไปขี้เกียจจะถาม เดินไปพักใหญ่ก็ชักทนความเงียบนี้ไม่ไหว

ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว ว่านี่คือวิธีการหนึ่งของการทดสอบความอดทน

ปกติแล้วเขาก็เป็นคนใจเย็นอยู่หรอก…

“คุณจะพาผมไปไหนเนี่ย?” หลานเหอพูดอย่างหมดความอดทน

“นึกว่าจะไม่ถามเสียอีก” เยี่ยซิวหัวเราะ

เดินกันมาจะสิบนาทีแล้ว จะไม่ถามได้อย่างไร หลานเหอนึกเกลียดอีกฝ่ายขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า

“ว่าจะซื้อของเข้ากิลด์หน่อย เอาไว้เป็นของหยิบยืม หรือของรางวัล อะไรประมาณนั้น” เยี่ยซิวพูดเสียงเรียบเรื่อย “เลยว่าจะชวนคุณไปช่วยเลือกหน่อย อย่างไรสถานการณ์ในกิลด์ตอนนี้คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคุณแล้ว”

ก็คุณไง!!

หลานเหอโต้ตอบอย่างเผ็ดร้อนอยู่ในใจ

คนที่รู้กระทั่งว่าไอดีเจวี๋ยเซ่อล็อคอินตอนกี่โมง ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง อย่างไรก็ต้องเป็นคนที่รู้สถานการณ์ของกิลด์อย่างลึกซึ้งอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ ทำมาเป็นพูดชมเขาอ้อมๆ นึกหรือว่าเขาจะดีใจ ไอ้การเป็นคนดูแลกิลด์นี่ก็โดนบังคับล้วนๆ แถมตกลงกันไว้ห้าวัน นี่ผ่านมาเป็นเดือนแล้วยังทู่ซี้ใช้แรงงานเขาอยู่อีก ช่างเป็นคนที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเอาเสียเลย!

“ตลาดแลกเปลี่ยนของอยู่อีกตั้งไกล ใช้วิธีเดินไปท่าจะถึงเอาตอนเช้านะ” หลานเหอประชดประชัน

“ตอนแรกก็ว่าจะวาร์ปไปแหละ แต่พอเดินมาสักพักถึงได้รู้ว่าเดินดีกว่า”

“ดีกว่าสำหรับอะไรอีกล่ะ? เราเหรอ?” หลานเหอบิดปากหนักมาก

“ดีกว่าสำหรับเกอน่ะ”

หลานเหอไม่ต่อคำ เปลี่ยนหัวข้อเป็นหาจุดวาร์ปทันที ทำไมเขาต้องเดินคุยกับคนที่ไม่ชอบหน้าเป็นวันๆ ด้วย!

 

 

แม้เยี่ยซิวจะบ่นเสียดาย แต่หลานเหอก็ไม่ใส่ใจ คิดเสียว่าเป็นถ้อยคำขยะที่ไม่จำเป็นต้องไปถือสาเอาความ เยี่ยซิวงึมงำอยู่พักหนึ่งก็หยุดพูด ทั้งคู่เดินเข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยนที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอึ้งอึงและบับเบิ้ลคำพูดลอยค้างอยู่บนศีรษะตัวละครเบียดเสียดกันเต็มหน้าจอแม้ว่าเวลาโลกจริงจะเลยเที่ยงคืนไปแล้วก็ตาม

“คุณอยากซื้ออะไรเป็นพิเศษไหม? เกราะนี่คงต้องซื้ออยู่แล้ว แต่อาวุธจะเอาอะไรบ้าง?” หลานเหอเข้าสู่โหมดทำงาน เขาเริ่มวิเคราะห์ความคุ้มค่าและการใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดในการซื้อไอเท็มชิ้นหนึ่ง

“ที่จริงแล้วคุณชื่ออะไร?” เยี่ยซิวถามกลับ

“หา?” หลานเหออุทาน ก่อนจะตั้งสติตอบอย่างรวดเร็ว “คุณก็เรียกผมหลานเหอแบบนี้แหละ ผมคือหลานเหอ… อย่าเพิ่งนอกเรื่องได้ไหม คุณบอกงบที่คุณมีมาก่อน กับของที่จะแลกเปลี่ยนด้วย ผมจะได้ช่วยดู เราไม่ได้มีเวลาทั้งคืนนะ”

“แล้วเกิดวันที่เท่าไหร่?” เยี่ยซิวไม่สนใจคำพูดของหลานเหอแม้แต่น้อย เขาเริ่มรู้สึกเข้าใจความสนุกของการนำสกิลส่วนตัวของเปาจื่อมาเล่น

แต่หลานเหอผู้ที่ผ่านความประสาทเสียมานักต่อนักกับคนข้างตัวกลับไม่สะท้าน “อันนี้ของนักดาบคลั่งก็ดี เกรดส้ม ราคาพอสู้ไหว คุณจะลองดูไหม?”

เยี่ยซิวกดพูดคุยกับคนขาย ไม่ต่อความยียวนกับหลานเหออีก ทำให้คนร่วมทางลอบผ่อนลมหายใจอย่างหนักหน่วง ฉวยโอกาสนี้เดินไปเติมน้ำให้ตัวเองแก้วใหญ่ เดินกลับมาเห็นจวินม่อเซี่ยวมองหน้าตัวเองอยู่ในระยะโคตรใกล้จนต้องกดให้ตัวละครเดินถอยหลังออกมาหน่อย

“ตกลงได้ของไหม?” หลานเหอพาเข้าเรื่อง

“ไม่ล่ะ ยังแพงไปหน่อย ลองดูเรื่อยๆ เถอะ ผมไม่รีบ” ฟังประโยคนี้ของเยี่ยซิวแล้วหลานเหอถึงกับยืนอึ้ง

“ไม่รีบแล้วจะพามาทำไมตอนนี้!”

หลานเหอ ผู้ที่เข้าใจไปเองว่าตัวเองได้ผ่านสงครามประสาทกับเยี่ยซิวมาจนเลเวลอัพประมาณหนึ่งนั้นได้เข้าใจผิดไป แท้จริงแล้วเยี่ยซิวยังไม่ได้เผยความกวนประสาทขั้นสุดให้หลานเหอเห็นสักเสี้ยว

เยี่ยซิวได้ยินดังนั้นก็พบปัญหา ดูท่าวันนี้เขาจะเอาแต่ใจไปหน่อยจริงๆ แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่ ใครใช้ให้เขาล็อคอินเข้าเกมคลาดกับหลานเหอตลอดกันล่ะ ความบันเทิงประจำวันของเขาได้หายไปร่วมอาทิตย์เชียวนะ ไอดี QQ ของอีกฝ่ายเยี่ยซิวก็ไม่เคยขอ หลานเหอก็ไม่เคยให้ นอกจากในเกมแล้วจะไปเจอที่ไหนได้อีก

“เหล่าหลานอย่าเพิ่งโมโหได้ไหม เวลาตอนนี้ยังไม่ถือว่าดึกด้วยซ้ำ” เยี่ยซิวเอ่ยเสียงนุ่ม

“รีบไม่รีบไม่รู้ล่ะ วันนี้ต้องซื้อไปสักชิ้น! ผมจะได้ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาเปล่า” หลานเหอกล่าวเน้นเสียง

“เอ่อ… จริงๆ แล้วเกอไม่ได้คิดจะซื้อสักชิ้น ช่วงนี้ทำอะไรต้องประหยัด จะเอามาใช้สุรุ่ยสุร่ายได้ไง” เยี่ยซิวเลือกตอบตามความจริง

“กุ่น!!!” หลานเหอสบถและบังคับเจวี๋ยเซ่อเดินแยกออกไปอีกทาง

 

 

ความรู้สึกนี้มันคืออะไร…

 

 

หลานเหอบังคับตัวละครไปยังจุดวาร์ปส่งเดช รู้แต่ว่าต้องไปให้ไกลจากคนคนนี้ให้มากที่สุด จากช่องแสงที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้น เห็นตัวจวินม่อเซี่ยวเข้ามาในวงแหวนเดียวกับตนแล้ว หลานเหอไม่พูดอะไร ไม่ได้ฟังคำพูดจากเยี่ยซิวสักคำ กระทั่งหน้าต่างแชทส่วนตัวกะพริบเตือนขึ้นมา พอเห็นชื่อคนส่งหลานเหอไม่กดอ่าน

 

 

ราวกับกำลังโดนหยอกเล่นอยู่… กับความรู้สึกนี้…

 

รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่ได้สำคัญอะไร

รู้อยู่แล้วว่าทุกสิ่งที่ทำอยู่นี้เพียงแค่อยากให้สายตานั้นมองมาที่ตัวเองสักนิด วินาทีเดียวก็ยังดี

รู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ข้างๆ นั้นไม่ได้มีไว้สำหรับตัวเอง

 

ทั้งๆ อย่างนั้น… ก็ยังเจ็บปวด…

 

 

ความรู้สึกที่เผชิญตลอดเกือบเดือนมานี้ พยายามแล้วที่จะเปลี่ยนมันเป็นความชิงชัง

ตัวป่วนแห่งเซิร์ฟเวอร์สิบ ผู้ที่ทำให้เขาหัวหมุนได้เป็นเดือนๆ

ชื่อที่ถูกพูดต่อจนมันฝังเข้าไปในหัว… ลึกลงไปถึงหัวใจ

 

ถึงได้เกลียดเหลือเกิน….

 

 

แถบข้อความส่วนตัวกะพริบไม่หยุดจนเจ้าของรำคาญเสียเอง กดอ่านมีแต่คำถามเดิมๆ ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน…

 

แล้วมันอย่างไรหรือ…

 

หลานเหอถามตัวเอง ว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่กันแน่…

กำลังมักมากอยู่ใช่ไหม..

ที่บอกว่าอยากให้อยู่ในสายตาเพียงสักนิดนั่นโกหกสิ้นดี…

 

เสี้ยววินาทีที่สั่งสมเป็นวินาที ยาวนานเป็นนาที…

 

“เรามีอะไรต้องคุยกันอีกหรือ?” หลานเหอพิมพ์ตอบกลับอย่างไรเยื่อใย

“ผมไม่คิดอยากได้เบอร์ติดต่อของคุณเท่าตอนนี้เลย” เยี่ยซิวตอบไม่ตรงคำถาม “ให้ผมไปหาเถอะ คุณวาร์ปไปที่ไหน?”

“ป่ามืดสลัว”

ป่ามืดสลัวนั้นก็เป็นดั่งชื่อมันจริงๆ แสงสว่างเป็นของหายาก ดวงอาทิตย์ขึ้นกลางวันกลางคืนแถมไม่ต่างกัน เพียงแค่มืดน้อยกับมืดมาก อย่างไรเสียเลเวลของเจวี๋ยเซ่อไม่จำเป็นต้องผวากับมอนสเตอร์ที่เขตนี้อีกต่อไป ไม่คิดจะตีเพื่อเลเวลด้วยซ้ำไป ลมพัดแรงส่งเสียงหวีดหวิวเข้าหูฟัง เสียงใบไม้กระทบก้านใบ ก้อนเมฆบนฟ้าลอยผ่านบดบังแสงจันทร์ หลานเหอนอกจอมองเลยออกนอกหน้าต่างไป ไม่เห็นท้องฟ้า ไม่มีแสงจันทร์

 

 

เหมือนร่างกายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ข้างตัวไม่มีใคร….

 

ผ่านไปไม่ถึงห้านาที จวินม่อเซี่ยวก็เดินมาเจอเขาแล้ว “คุณโมโหอะไรผมหรือ?”

“ผมเกลียดคุณ” หลานเหอกล่าว “ไม่อยากได้ยินเสียงคุณ”

จวินม่อเซี่ยวเดินเข้ามาใกล้เจวี๋ยเซ่อมากขึ้น “เกลียดเกอขนาดนั้นเลยหรือ?”

“ใช่” หลานเหอพูดเสียงนิ่ง

“ไม่เจอกับเกออีกต่อไปแล้วจะดีกว่าใช่ไหม?” เยี่ยซิวถามอีก

“มันต่างยังไงหรือ?” หลานเหอว่า “ก่อนหน้านี้คุณยังขาดการติดต่อไปเกือบเดือนโดยไม่บอกอะไรผมเลย… แต่รู้อยู่แล้ว ว่ามันไม่ใช่ธุระที่จะต้องมาบอก อย่างไรเสียผมก็คนนอก อย่างไรเสียผมก็คือคนของหลานซีเก๋อ ผมรู้โดยไม่ต้องถามด้วยซ้ำว่าคุณหายไปอยู่อาณาจักรทวยเทพมา ซึ่งเรื่องพวกนี้คุณไม่จำเป็นต้องเล่านี่”

ขณะที่หลานเหอร่ายยาวมานั้น เยี่ยซิวรู้สึกว่าโชคดีที่อีกฝ่ายไม่เห็นสีหน้าของเขาในตอนนั้น ไม่เช่นนั้นคงโดนเกลียดมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าแน่

“อย่างไรก็คงต้องส่งข่าวคุณบ้าง คุณเป็นคนดูแลกิลด์ให้ผมนี่” เยี่ยซิวเพิ่งตระหนัก อันที่จริงไม่ใช่ว่าไม่เคยคิด แต่เห็นทุกอย่างมันราบรื่นเสียจนหาหัวข้อชวนอีกฝ่ายคุยไม่เจอ

“เป็นแค่คนดูแลชั่วคราวให้เท่านั้น นี่ก็เลยห้าวันมานานแล้ว ผมคงทำให้ไม่ได้แล้ว” หลานเหอตัดบท อันที่จริงหากไม่ต้องยุ่งกับกิลด์ซิงซินเขาจะมีเวลาว่างสำหรับการบริหารหลานซีเก๋อเพิ่มขึ้นหลายชั่วโมง ไหนจะต้องพัฒนาไอดีตัวเองที่เป็นไอดีหลักอีก “อีกอย่าง คุณมีคนช่วยดูแลอีกตั้งแปดคน เพราะอย่างนั้นตอนนี้ ไม่มีผมก็ได้ ผมได้วางระบบทุกอย่างเสถียรดีอยู่แล้ว”

“ผมไม่ได้อยากคุยเรื่องนั้นนี่” เยี่ยซิวพูดกระชับ “แต่ถ้าไม่ชวนคุณคุยเรื่องนี้ ถามเรื่องหลานซีเก๋อก็ไม่ได้ ยิ่งถามถึงสโมสรยิ่งไม่ได้อีก”

“ม..หมายความว่าไง” เจวี๋ยเซ่อถอยหลังอีกครั้ง วันนี้เขาจะกดเดินถอยหลังเยอะเกินไปแล้วนะ! “อย่าให้จวินม่อเซี่ยวเข้ามาใกล้ได้ไหม พูดกันตรงนี้ก็ได้ยินแล้ว!”

“ก็เกออยากเห็นหน้านี่”

“แต่ผมไม่อยากเห็นคุณ!” หลานเหอรีบสวนคำ ถอยหลังหนีจวินม่อเซี่ยวอีกสองก้าว

เยี่ยซิวเห็นดังนั้นก็นึกสนุก รุกคืบเข้าไปอีก หากได้ขยับร่างกายจริงๆ ก็คงจะดี หากได้เห็นหน้า ได้สัมผัส ทุกอย่างมันคงดีกว่านี้… อย่างน้อยมันก็ช่วยบรรเทาความรู้สึกหน่วงในอกลงได้

“หน้าผมแท้จริงคุณเคยเห็นหรือก็เปล่านี่” เยี่ยซิวว่า ขยับเข้าใกล้อีกก้าว

“แค่หน้าตัวละครของคุณก็ไม่อยากเห็น” หลานเหอตอบเสียงเข้ม “ไม่ต้องคิดจะล็อคอินไอดีอื่นเข้ามาด้วย ขึ้นชื่อว่าคุณเป็นคนบังคับ ผมก็ไม่อยากเห็นทั้งนั้น ผมเกลียดคุณ เข้าใจไหม อย่าเข้ามาใกล้นะ หยุดตรงนั้นเลย!”

ถึงตรงนี้เยี่ยซิวต้องแอบกดปิดไมค์เพื่อที่จะหัวเราะ เมื่อดึงสติตัวเองได้แล้วจึงพูดตอบ “เกอไม่ใช่ผีนะ”

“น่ากลัวกว่าอีก!” ตัวเจวี๋ยเซ่อกระโดดถอยสองจังหวะ

จวินม่อเซี่ยวยอมยินอยู่เฉยๆ ไม่รุกคืบอีก “กลัวเกอเหรอ?”

“ไม่ได้กลัว แต่เกลียด” หลานเหอสวนตอบไวว่อง

“พูดมานี่คิดว่าผมจะเสียใจบ้างไหม?” เยี่ยซิวเอ่ยถามเสียงซึมทั้งๆที่ตัวจริงยิ้มเกลื่อนใบหน้า

“คุณเสียใจเป็นด้วยหรือไง?” หลานเหอขยับตัวละครเข้าใกล้อีกหน่อยเมื่อเห็นว่าระยะทางเริ่มมีผลต่อเสียงที่ได้ยินแล้ว

“เสียใจสิ” มือของจวินม่อเซี่ยวยกขึ้นสัมผัสที่หน้าอกตนเอง “มีคนที่โดนคนอื่นเกลียดแล้วไม่เสียใจอยู่ด้วยหรือ?”

คุณไง!

อัจฉริยะด้านการรวมความเกลียดชัง ซ้ำเสถียรที่สุดอีกด้วย! นี่ไม่รู้ตัวว่าโดนคนอื่นเขาเกลียดกันทั่วเซิร์ฟเวอร์หรือทำเป็นไม่รู้กันแน่? ที่โดนไล่ฆ่านอกสนามนั่นยังไม่ได้แสดงให้เห็นอะไรอีกเรอะ…. คนคนนี้นี่ช่าง….

ครั้นจะอธิบายเรื่องพวกนี้ก็ดูไม่ใช่เรื่อง เยี่ยซิวควรรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าการกระทำของเขาส่งผลอะไรในภาพรวมบ้าง เอาเป็นว่าตอนนี้ให้อีกฝ่ายระลึกได้ก็พอว่าเขาไม่ได้ยินดีจะเสวนาต่อด้วยแล้ว
จังหวะที่หลานเหอกำลังเออออห่อหมกอยู่กับตัวเองนั้น จวินม่อเซี่ยวก็อยู่ระยะประชิดกับเจวี๋ยเซ่อเสียจนมองจากจอแล้วเห็นแต่สีผิวหนังของตัวละครเท่านั้น หลานเหอกะพริบตาอยู่สองสามครั้งกว่าจะเข้าใจว่าเสียงครีมที่ตัวเองเห็นไม่ได้เป็นเพราะจอเสียหรือเกมค้าง แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายอยู่ใกล้เขามากเกินไปต่างหาก

“เหวอ!” เจวี๋ยเซ่อถอยหลังมาสองก้าว

“เฮ้อ… ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?” คนปกติเขาก็ตกใจกันไหม เวลาเล่นเกมมันไม่ต้องมีคุยระยะใกล้โคตรๆ เท่านี้นี่! “อืม แต่ถ้าไม่ใช่ตัวหลานเหอก็ไม่ชินจริงๆ แฮะ”

หลานเหองุนงง ไม่รู้จะตอบอะไรไป มองจวินม่อเซี่ยวทำท่าครุ่นคิด

“ทำไมเราต้องอยู่คนละเมืองกันด้วยนะ?”

นิ้วของหลานเหอพลันกระตุก… สมองของเขาเหมือนถูกปั่นไม่รู้ทิศ ไม่รู้กระทั่งความหมายของคำง่ายๆที่เยี่ยซิวเปรยออกมา

“ตอนนี้ เราก็อยู่ป่ามืดสลัวไง?” หลานเหอกล่าวตอบอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ทั้งกลัวว่าจะเข้าใจด้วย

“นั่นสินะ” เยี่ยซิวตอบเรียบง่าย “ผมไม่กวนคุณแล้วดีกว่า”

หรืออีกนัยหนึ่ง คือเขามีอะไรที่สมควรต้องไปทำได้แล้ว

หลานเหอไม่พูดอะไรอีก คืนนี้เขามีเรื่องวุ่นวายใจมากพอแล้ว ได้แต่ตอบรับคำสั้นๆ รอให้จวินม่อเซี่ยวหมุนตัวจากไป มองเหม่อไปที่คีย์บอร์ดตัวเอง แสงเรืองสีฟ้าสวยงามท่ามกลางความมืด

“อย่าทำหน้าแบบนั้น” เยี่ยซิวว่า จวินม่อเซี่ยวเดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง

“คุณจะมารู้ได้ไงว่าผมทำหน้าแบบไหนอยู่” เจวี๋ยเซ่อไม่ถอยหนีอีกแล้ว

“ผมรู้แล้วกัน” เยี่ยซิวหัวเราะในลำคอเบาๆ “ยุ่งยากจังน้า…”

หลานเหอเงยหน้ามองจอ ใช้เวลาคิดแค่ชั่วครู่เดี๋ยวก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร จวินม่อเซี่ยวที่เข้ามาใกล้จนชิดตัว ก้มหน้ามาเล็กน้อย มุมมองของเขาโยกไปมาเบาๆ หากเป็นมุมมองของบุคคลที่สาม คงจะเป็นจวินม่อเซี่ยวแตะหน้าผากกันกับเจวี๋ยเซ่อ และกำลังลูบหัวเขาอยู่ คนอะไรบังคับตัวละครได้ขนาดนี้

“พ..พอเลย” หลานเหอสะบัดเม้าส์ทีหนึ่งเป็นการตีขัดท่า “ไหนบอกจะออกแล้วไม่ได้เหรอ มัวทำอะไรอยู่อีก”

“เหล่าหลานยิ่งอยู่ยิ่งก้าวร้าวนะ เพราะเกอใช่ไหมเนี่ย?” เยี่ยซิวหัวเราะ ไม่ปิดบังอีกต่อไป

“ใช่ เพราะผมเกลียดคุณ!” หลานเหอพูดเสียงดังใส่หน้าจวินมือเซี่ยว หวังให้มันไปกระแทกหน้าเยี่ยซิวด้วยเช่นกัน

เยี่ยซิวหัวเราะไม่หยุด ท่าทางอารมณ์ดีอย่างมาก จวินม่อเซี่ยวก้าวเข้ามารวบเจวี๋ยเซ่อกอดเอาไว้ “แล้วเจอกันนะ”

“ไปไหนก็ไปเลย!” หลานเหอโกรธจนมือสั่น อยากสะบัดเม้าส์อีกครั้งแต่มือก็ไม่ขยับดังใจนึก

“เกอก็คิดถึงเหล่าหลานเหมือนกัน”

เสียงทุ้มนั้นอยู่ชิดริมหูจนหลานเหออยากถอดหูฟังทิ้ง หากแต่กำลังคิดอยู่ว่าระหว่างถอดหูฟังกับบังคับตัวละครแบบไหนเห็นผลกว่า ทำให้จวินม่อเชี่ยวกอดอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ก่อนจะผละออกไป

“ฝันดีนะ”

มีเสียงบางอย่างดังขึ้นบริเวณขมับของเขา

หลานเหอรู้ดีว่ามันคืออะไร ได้แต่กดออฟไลน์และปิดเครื่องทำลายสถิติความเร็วมือตัวเอง ทั้งยังถอดหูฟัง ปิดสวิตซ์เดินไปปิดไฟในห้อง แทบวิ่งขึ้นเตียงนอน คลุมโปงทั้งที่หน้าเห่อแดงไปทั้งคอหู

 

 

ฝันดีเหรอ! แบบนี้ใครจะไปหลับลง!

เกลียดที่สุดเลย!!

END.

_____________________________________
Talk:
“รอฉันรอเธออยู่ แต่ไม่รู้เธออยู่หนใด เธอจะมา เธอจะมาเมื่อไรรรรร” #พอ
สวัสดีค่ะ… ขอต้อนรับเข้าสู่สมาคมเกลียดเมนพี่เยี่ย
ขอเปิดด้วยเหล่าหลาน ที่โดนแกล้งตลอด… รักน้อง อยากให้น้องโดนแกล้ง… #ใช่เหรอ
เราจะคงธีมใสใสต่อไปจนกว่าพี่หานจะมา

ตอนนี้กำลังทยอยลงที่อยู่ในเล่ม There’s something about Yexiu แหละค่ะ คิดอยู่ว่าคนที่อ่านจบแล้วก็คงจะเกลียดเยี่ยซิวไปเลย 5555555555
ในเล่มเป็นเยี่ยออล… เพราะฉะนั้นอย่าเกลียดพี่เยี่ยเลยนะคะ (อย่าว่าคนแต่งด้วย พลีส…)
จะพยายามลงให้เยอะที่สุดนะคะ เพราะคิดไว้ว่าบางเรื่องคงจะไม่ลงในนี้ แต่ยืนยันว่าทุกเรื่องคือตอนเดียวจบ(มั้ง)

อันที่จริง เราคิดไม่ออกเลยค่ะว่าการอ่านเรื่องสั้นที่มีพี่เยี่ยเป็นพระเอกทุกเรื่องแต่สลับคู่กันไปตลอดเล่มมันเป็นยังไง เดาได้แต่ว่ามันคงน่าหมั่นไส้มากแน่ๆ…
คิดว่าหลังจากเล่มนี้แล้วจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้วค่ะ 55555555555555
แต่มันยากจัง อ่านตรงไหนก็คิดได้กับตั้งหลายคน พี่เยี่ยนี่นิสัยไม่ดีจริมๆ…

สนุกหรือไม่อย่างไรแนะนำคอมเมนท์กันมาได้นะคะ
เราเสมือนเพิ่งเงยหน้าจากสุสาน (แค่เงยนะ ยังออกมาไม่ได้…) มือใหม่มากกับฉวนจื๋อ(ตามมานาน แต่ไม่ยอมเข้าร้านเน็ตสักทีไง พอดีลงกรวยอยู่) ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

ปล.จำเจวี๋ยเซ่อกันได้ไหมคะ 5555555555555

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s