[Daomu fanfiction] The Traveller – 2

超現實 – Surreal
_________________________________

ไอ้วันสองวันที่ว่านี่มันเมื่อไหร่กัน….

 

ผมนั่งอย่างเบื่อหน่ายกับสภาพการคุมขังที่เข้มงวดมากขึ้น เวรยามที่เคยมาเฝ้าบ้างไม่เฝ้าบ้างกลับมีมาทุกวัน วันหนึ่งผลัดเวรกันสองถึงสามรอบ แต่ละรอบอาจจะคนหนึ่งหรือสองคน จำนวนคนไม่มีผลอะไรกับเท่าไหร่นัก เพราะตราบใดที่มันยังนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้อง ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ไม่มีความกล้าพอที่จะวางเดิมพันย่องออกไปตอนมันหลับ ในสภาพนี้ต่อให้แก้มัดที่มือและขาได้ ผมก็สู้มันไม่ได้ โชคดีที่หัวหน้าหัวเน่าครั้งก่อนที่เล่นงานผมเสียหนักยังใจดีฝากยากินยาทามาให้ลูกน้องคอยทำแผลให้ ช่างบริการดีไม่มีที่ติ หากจะถามว่าทำไมไม่สงสัยว่ายาไว้ใจได้หรือไม่ ผมมีเหตุผลดีๆ อยู่ข้อสองข้อนะ

หนึ่ง หน้าตายาก็พาราเซตามอลเหมือนที่ผมเคยกินเป๊ะ

สอง ที่หลอดยาทาก็ตัวเดียวกับที่นายอ้วนซื้อติดบ้านไว้ให้ ผมเห็นมันจนชินตา

ถ้าเกิดจะลงทุนสอดไส้มา ปั๊มอัดเม็ดยากันมาล่ะก็… ผมก็ควรจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ต้องอยู่ให้ลำบากสังคมผู้ก่อการร้าย

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 1

Pairing : 瓶邪
Warning : ประหนึ่ง AU อีกครั้ง แต่มีความแฟนตาซีค่อนข้างมาก (อะไรนะ? เรื่องก่อนก็แฟนตาซีเหรอ… เราว่าอันนี้แฟนตาซีกว่านะเชื่อเรา!)

超人不能流眼淚 – Superman can’t cry
_________________________________

มืด..

นี่อาจจะเป็นความฝัน…

ลองกะพริบตาดู ได้ความรู้สึกเปลือกตาขยับอย่างลำบาก หันซ้ายขวาก็ยังคงมืด ต้นคอปวดร้าวจากการนั่งหลับคอพับ หากลองเงยหน้ามองลอดช่องว่างข้างจมูกยังพอมองเห็นแสง มือสองข้างถูกมัดติดอยู่กับบางอย่าง… ลองขยับมือจับสัมผัสเย็นๆ น่าจะเป็นเก้าอี้ สถานการณ์แบบนี้เหมือนในละครที่เคยดู… หรือผมจะโดนลักพาตัว?!

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -1-

The Iron Triangle
_______________________________

ถนนสายเล็กแทบจะกลายเป็นถนนคนเดิน ผู้คนพลุกพล่านทำให้รถส่วนบุคคลส่วนใหญ่เลี่ยงการจราจรในถนนสายนี้ ทำให้ร้านรวงตั้งขายของกินริมทางเกยมาถึงระยะถนน สองข้างเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่แทบจะทั้งแถบ บรรยากาศดูเหมือนจะเงียบก็ไม่ใช่ เอะอะก็ไม่เชิง ฝั่งของกินเสียงคุยก็ดังหน่อย ฝั่งร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มีแต่เสียงจากจอทีวี ไร้ผู้คนมายืนจอแจด้านนอก มีแต่คนผลุบหายเข้าไปในร้านเป็นระยะเท่านั้น ดูเหมือนว่าเกมส์ออนไลน์กำลังฮิตมากจริงอย่างที่นายอ้วนว่า

หากถามว่าวันนี้พวกเรามาทำอะไร คงตอบได้ว่า ´ทีแรก´ ตั้งใจจะมาซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไปยืนฟังคนขายพล่ามคุณสมบัติที่ผมฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอยู่เกือบชั่วโมง รู้แบบนี้ควรให้เพื่อนผมสมัยเรียนคณะเดียวกันมาช่วยซื้อให้น่าจะง่ายกว่า แล้วยิ่งพอบอกว่าจะซื้อไปใช้เล่นเกมส์ พนักงานขายก็เชียร์รุ่นที่สูงขึ้นไปอีก แพงเข้าไปกันใหญ่ ทั้งยังการเล่นเกมส์สมัยนี้ใช้วิธีเข้าสู่ระบบด้วยการเสียบการ์ด ไม่ใช่วิธีการพิมพ์เอาอย่างเมื่อก่อนแล้ว ทำให้ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม … และผมคิดว่านี่มันออกจะมากไปหน่อยสำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์สามเครื่องรวดในทีเดียวเพื่อการเล่นเกมส์ที่ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรสักนิด

ผมเดินนำออกจากร้านโดยไม่สนใจสายตาก่นด่าของพนักงานขายที่พูดพล่ามให้ผมฟังเป็นนานสองนาน พอออกมาได้กลิ่นของกินสองข้างทางก็แวะสุ่มเอาสักร้าน ตรงข้ามร้านข้าวเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีทีวีจอใหญ่เบิ้มอยู่ด้านหน้า ดูเหมือว่ากำลังจะมีแข่งเกมส์อะไรบางอย่าง เสียงจากเครื่องเสียงดังขึ้นกว่าปกติ เรียกฝูงชนทั้งจากในร้านและที่นั่งกินข้าวกันอยู่มาออกันหน้าร้าน เงยหน้ามองจอทีวีขนาดยักษ์ที่กำลังถ่ายทอดสดกันอย่างตั้งอกตั้งใจ นายอ้วนได้ยินคนในร้านพูดกันยิ่งสนใจ หยิบของกินใส่ปากแล้ววิ่งไปร่วมวงด้วยเฉย ทิ้งให้ผมอยู่กับกับข้าวแทบล้นโต๊ะและเมินโหยวผิงที่นั่งเคี้ยวเงียบๆ

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -prologue-

The start button

_______________________________

เสียงเอฟเฟคผ่านลำโพงจิ๋วสองฝั่งของหน้าจอพ่วงด้วยเสียงก่อกแก่กรัวไม่หยุด เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมยังไม่รู้สึกอะไร กระทั่งเสียงเริ่มดังขึ้น ทั้งยังมีคำด่าปนแทรกเข้ามา กวนสมาธิจนทำงานต่อไม่ไหว ผมจึงเงยหน้าจากจอแลปทอปของตัวเองเหลือบมองสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมบ้าน หากแต่เสียงรบกวนไม่ปราณี

ผมส่งเสียงเรียกเขาสองสามคำ คนข้างๆ สะกิดก็แล้ว ยังไม่รู้สึกตัว ผมจึงไปยืนข้างๆ มองว่าในจอนั้นมันมีอะไรนักหนา

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -12- *完*

就當作祕密 就深藏在心 – It’s secret hidden deep inside

_________________________________

สัมผัสได้ถึงความกดดันอย่างมีที่มาแต่ไม่รู้ที่ไป ผมกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงสีขาวของโรงพยาบาล กลิ่นยาฆ่าเชื้ออวลไปทั่ว ห้องผู้ป่วยพิเศษของผมมีเตียงข้างๆ เป็นอวี๋อินนี่พูดจ้อไม่หยุด ต่อล้อต่อเถียงกับนายอ้วนจนเวียนหัว อีกฟากหนึ่งของเตียงคือแหล่งกำเนิดความกดดันบางอย่างนั้น

เมินโหยวผิงนั่งบนเก้าอี้ มองมายังผมอย่างเงียบงัน

คิดถึงสาเหตุก็อาจจะเป็นเพราะผมนอนอยู่ตรงนี้อีกครั้งแล้ว ความถี่มันออกจะมากเกินกว่าปกติ สภาพก็ยับเยินไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว หลังมือมีเข็มถ่ายน้ำเกลือเข้าเส้นเลือด อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ขนาดหมอยังบ่นกรอกหูทันทีที่ผมฟื้นว่าทำอะไรผลีผลามไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลัง ซึ่งนั่นก็จริง… ไอ้ ‘คิดหน้าสามคิดหลังสี่’ ผมลืมมันไปสิ้นด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงหลังมานี้ไม่มีเหตุผลหรือตรรกะใดรองรับได้สักอย่าง

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -11-

我的世界的中心 – The center of my world
_________________________________

จะเรียกว่าเป็นกรรมที่ทำตัวเองล้วนๆ อาจจะเป็นวลีจำกัดความที่ดีแล้วในสภาพตอนนี้

อวี๋อินตัวติดกับผมมากกว่าเดิม คอยกันท่าเมินโหยวผิงทุกทาง แม้ว่าปกติเมินโหยวผิงไม่มีท่าทีแสดงออกอะไรเลยก็ตาม ผมเข้าใจในความระแวงของอวี๋อินพอๆ กับการข่มใจอดทนรับความน่ารำคาญนี้ไว้ ผมผิดเองที่ไม่ระวัง และผมคงจะรู้สึกแย่กว่านี้หากมันมีอะไรเกิดต่อจากตอนนั้นจริง ถ้าไม่มีเสียงของอวี๋อินแทรกขึ้นมา เรื่องราวจะดำเนินไปทางไหนก็ยากจะคาดเดา ยากจะจินตนาการถึง

ผมที่นั่งหากรวยสวยๆ มาเซ่นไหว้กลับโดนนายอ้วนเอาข้อมูลม้วนหนาโบกศีรษะเป็นการให้รางวัลด้วยความรักแทบหน้าหงาย ลากทุกคนออกมาซื้อของหาอะไรอย่างอื่นทำสงบสติอารมณ์บ้าง

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -10-

宿命 – Destiny
_________________________________

ผมมักจะเห็นอะไรแถวหางตาอยู่บ่อยๆ เช่น มีคนยืนอยู่นอกหน้าต่างหรือเป็นมือกวักเรียก พอเดินไปดูก็ไม่เจอใคร บางทีได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่น แต่ในบริเวณนั้นไม่มีเด็กอยู่เลยสักคน ช่วงแรกผมไม่ติดใจสงสัย กระทั่งมันเริ่มพัฒนาจากแค่มองเห็นเป็นสัมผัสได้ ซึ่งก่อความน่ารำคาญอย่างมาก หลายครั้งที่นั่งอยู่ขอบหน้าต่างก็ถูกดึงปลายเสื้อจากทางด้านหลังโดยไม่มีสาเหตุ ดีที่ไม่ถึงขั้นหงายล้ม ระดับยังคงที่อยู่ที่ความรำคาญ นายอ้วนออกความเห็นว่าผมคงได้เปิดมิติโลกใหม่เข้าให้แล้ว …..ไร้สาระทั้งหมดทั้งมวล หากเจ้าพวกนี้มันเอาปืนยิงได้ คงไม่ต้องทนหน่ายใจนัก และนี่คงเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถออกจากบริเวณบ้านได้ ตอนกลางวันบางทียังแยกแยะไม่ค่อยออก ตอนกลางคืนก็อาจจะไม่รอดหากอยู่ข้างนอก อย่างที่บอกว่าผมโชคดีที่ร้านอาสามไม่ค่อยมีคน เพราะฉะนั้นหากเห็นคนมาป้วนเปี้ยนก็ฟันธงได้เลยว่าเป็นเพื่อนเกลอแน่นอน

อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดความเปลี่ยนแปลงคงเป็นอวี๋อินที่ทำตัวติดกับผมชอบกล ติดในระดับที่เรียกได้ว่าต้องมีไส้สักขดที่พันกันอยู่ ดำรงตำแหน่งเคียงข้างทุกพื้นที่นั่ง เดินๆ ตามกันมาสักพักก็เข้ามาโหนกอดคอทั้งที่ตัวอวี๋อินในร่างกายผมค่อนข้างหนัก ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเกิดอาการโหยหาน้องชายในระดับความนัวเนียที่เท่าเทียมกัน ผมเป็นเสมือนที่ระบายอารมณ์ของอวี๋อิน ยังดีที่มีเมินโหยวผิงคอยจับแยกบ้าง

Continue reading