[Daomu fanfiction] Game Over -1-

The Iron Triangle
_______________________________

ถนนสายเล็กแทบจะกลายเป็นถนนคนเดิน ผู้คนพลุกพล่านทำให้รถส่วนบุคคลส่วนใหญ่เลี่ยงการจราจรในถนนสายนี้ ทำให้ร้านรวงตั้งขายของกินริมทางเกยมาถึงระยะถนน สองข้างเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่แทบจะทั้งแถบ บรรยากาศดูเหมือนจะเงียบก็ไม่ใช่ เอะอะก็ไม่เชิง ฝั่งของกินเสียงคุยก็ดังหน่อย ฝั่งร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มีแต่เสียงจากจอทีวี ไร้ผู้คนมายืนจอแจด้านนอก มีแต่คนผลุบหายเข้าไปในร้านเป็นระยะเท่านั้น ดูเหมือนว่าเกมส์ออนไลน์กำลังฮิตมากจริงอย่างที่นายอ้วนว่า

หากถามว่าวันนี้พวกเรามาทำอะไร คงตอบได้ว่า ´ทีแรก´ ตั้งใจจะมาซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไปยืนฟังคนขายพล่ามคุณสมบัติที่ผมฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอยู่เกือบชั่วโมง รู้แบบนี้ควรให้เพื่อนผมสมัยเรียนคณะเดียวกันมาช่วยซื้อให้น่าจะง่ายกว่า แล้วยิ่งพอบอกว่าจะซื้อไปใช้เล่นเกมส์ พนักงานขายก็เชียร์รุ่นที่สูงขึ้นไปอีก แพงเข้าไปกันใหญ่ ทั้งยังการเล่นเกมส์สมัยนี้ใช้วิธีเข้าสู่ระบบด้วยการเสียบการ์ด ไม่ใช่วิธีการพิมพ์เอาอย่างเมื่อก่อนแล้ว ทำให้ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม … และผมคิดว่านี่มันออกจะมากไปหน่อยสำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์สามเครื่องรวดในทีเดียวเพื่อการเล่นเกมส์ที่ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรสักนิด

ผมเดินนำออกจากร้านโดยไม่สนใจสายตาก่นด่าของพนักงานขายที่พูดพล่ามให้ผมฟังเป็นนานสองนาน พอออกมาได้กลิ่นของกินสองข้างทางก็แวะสุ่มเอาสักร้าน ตรงข้ามร้านข้าวเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีทีวีจอใหญ่เบิ้มอยู่ด้านหน้า ดูเหมือว่ากำลังจะมีแข่งเกมส์อะไรบางอย่าง เสียงจากเครื่องเสียงดังขึ้นกว่าปกติ เรียกฝูงชนทั้งจากในร้านและที่นั่งกินข้าวกันอยู่มาออกันหน้าร้าน เงยหน้ามองจอทีวีขนาดยักษ์ที่กำลังถ่ายทอดสดกันอย่างตั้งอกตั้งใจ นายอ้วนได้ยินคนในร้านพูดกันยิ่งสนใจ หยิบของกินใส่ปากแล้ววิ่งไปร่วมวงด้วยเฉย ทิ้งให้ผมอยู่กับกับข้าวแทบล้นโต๊ะและเมินโหยวผิงที่นั่งเคี้ยวเงียบๆ

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -prologue-

The start button

_______________________________

เสียงเอฟเฟคผ่านลำโพงจิ๋วสองฝั่งของหน้าจอพ่วงด้วยเสียงก่อกแก่กรัวไม่หยุด เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมยังไม่รู้สึกอะไร กระทั่งเสียงเริ่มดังขึ้น ทั้งยังมีคำด่าปนแทรกเข้ามา กวนสมาธิจนทำงานต่อไม่ไหว ผมจึงเงยหน้าจากจอแลปทอปของตัวเองเหลือบมองสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมบ้าน หากแต่เสียงรบกวนไม่ปราณี

ผมส่งเสียงเรียกเขาสองสามคำ คนข้างๆ สะกิดก็แล้ว ยังไม่รู้สึกตัว ผมจึงไปยืนข้างๆ มองว่าในจอนั้นมันมีอะไรนักหนา

Continue reading