[Daomu fanfiction] The Traveller – 11

我的心还在悸动跳动 这裡没有你
– My heart is still throbbing even you’re not here
_________________________________

ชายตรงหน้าขมวดคิ้วมองผมอย่างไม่เข้าใจ ทั้งผมและเขาต่างมองกันเรียกได้ว่าหัวจรดเท้าเท้าจรดหัว เสี่ยวเกอตรงหน้าผมแต่งตัวย้อนยุคเสมือนคอสเพลย์อยู่ แต่งเป็นขุนนางข้าราชสำนักหมิง มีลายปู่จึหรือลายปักสัตว์มงคลอยู่บริเวณหน้าอก บ่งบอกว่าเป็นขุนนางฝั่งบุ๋นระดับหนึ่ง รูปนกกระเรียนสีขาวฟ้าเลื่อมด้วยสีทองท่ามกลางหมู่เมฆสีสันฉูดฉาดหรูหรา ผ้าพื้นสีน้ำเงินเข้มมีเสื่อมสีเงินปักเป็นลายที่ผมยังไม่ได้ใส่ใจมองนัก

“เจ้าเป็นใคร ชาวต่างถิ่นหรือ ทำไมแต่งตัวชอบกล?”

ผมอ้าปากค้าง พูดมาได้ แล้วนายแต่งตัวไม่ประหลาดตรงไหน หรือจะไปแสดงงิ้วโดยที่ยังไม่ได้แต่งหน้า? หากแต่ไม่ใช่เวลาต่อปากต่อคำ มองเลยไปด้านหลังเห็นฉินอี้เหิงแง้มประตูหลังบ้าน นายอ้วนรอดูจังหวะจากการพูดคุยของผม

“เอ่อ.. เรื่องมันพูดยาก เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันกับเพื่อนกำลังหลงทาง อยากจะถามทาง.. แล้วอาจจะขอพักด้วยสักคืนได้ไหม? นอนหลังบ้านก็ได้ หน้าบ้านก็ได้” ผมพูดช้าอึกอักทำท่าทีเดือดร้อน เมินโหยวผิงตรงหน้ายังมองผมหัวจรดเท้าอย่างออกนอกหน้า ผมไม่สนใจลอบมองเห็นนายอ้วนแว่บออกประตูหลังได้แล้วจึงหันมารีบปิดการขาย “มีฉันกับเพื่อนอีกสองคนที่กำลังมา ฉันวิ่งมาก่อน”

Continue reading

Advertisements

[Daomu fanfiction] The Traveller – 10

我們之間的距離 – Distance between us
_________________________________

ผมยืนนิ่งช็อคอยู่อย่างนั้น ได้สติตอนได้ยินเสียงของนายอ้วนก่นด่าเรื่องที่ผมไม่ยอมช่วยดึงฉินอี้เหิงขึ้นมา มีเขาดึงอยู่คนเดียว แม้ฉินอี้เหิงจะไม่ได้อ้วน หากมีโครงสร้างใหญ่ น้ำหนักตัวมาก

“เสี่ยวอู๋แม่งไร้น้ำใจ ต่อไปใครจะคบ.. มารดามัน! ที่นี่ที่ไหน!!” นายอ้วนตะโกนลั่นพลางขยี้ตา “ไอ้ฉิบผาย คิดว่าไอ้กลไกเปลี่ยนห้องที่เคยเจอว่าล้ำแล้ว อันนี้แม่งถึงขั้นเปลี่ยนสถานที่!”

นายอ้วนวิ่งมั่วทิศไปที่หนึ่ง วิ่งไปได้เกือบกิโลก็วิ่งกลับมา

“ไม่มีผนัง! นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา!”

ผมก้มลงจับพื้นดิน มันเป็นดินจริงๆ เอามีดพกแทงพื้นตะกุยดูเจอแต่ดิน ยืนมองทิวทิศน์โดยรอบจะลงละม้ายคล้ายยอดเขาอยู่ แต่ไม่สูงเท่าฉางไป๋ซาน ใบไม้ร่มรื่นสีเขียวน้ำตาล นี่อาจจะกำลังเข้าฤดูหนาว เมื่อคืนสติได้หน่อยสัมผัสได้ว่าอากาศเย็นลงคนต้องเอาเสื้อในเป้ขึ้นมาใส่ พบว่าของในกระเป๋ามีน้อยผิดปกติ ซึ่งระหว่างทางนั้นผมแทบไม่ได้เอาอะไรออกจากเป้เลย กระทั่งไฟฉายที่พกไว้ที่เอวก็ไม่มี หากทำตกต้องได้ยินเสียง แต่มันไม่ใช่แค่ไฟฉาย แท่งไฟเรืองแสง ปืนสำรองในเป้ก็ไม่มี นี่ผิดปกติเป็นอย่างมาก

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 9

交叉 – Cross
_________________________________

ผมสูดหายใจเข้าลึกพยายามไม่นึกถึงเรื่องราวมากมายบนพื้นที่นี้ ตั้งใจมองเมินโหยวผิงขุดหารอยแยกที่กลบอยู่ใต้หิมะ โพรงจมูกที่ควรจะแห้งเย็นกลับร้อนผ่าวเหมือนน้ำมูกจะไหล ทั้งเช็ดด้วยถุงมือก็แล้วแขนเสื้อก็แล้ว เริ่มเจ็บปลายจมูกจึงให้วิธีสูดหายใจเข้าแรงหน่อยให้มันกลับเข้าไปที่เดิม พลางค่อยถอยออกจากวงเพราะกลัวจะมีคนได้ยิน

“คนแก่มักจะชอบคิดถึงเรื่องเก่าๆ” นายอ้วนคนเลวทักขึ้นมา เขายิ้มเป็นพิธีแล้วขยับเข้ามาใกล้ “เวรจริงๆ ตอนที่มารับก็ร้องตอนนี้ยังจะร้องอีกเรอะ”

“ไม่ได้ร้องเว้ย!” ผมบอกปัด ใครมันจะร้องทุกครั้งที่มาวะ ไม่ใช่เด็กอนุบาลโดนส่งเข้าโรงเรียนครั้งแรกนะ “นายไม่เห็นเหมือนอย่างฉัน นายไม่เข้าใจหรอก ตอนนั้นมันแบบนี้เลย…”

นายอ้วนทำหน้าเหยเกซึ่งกวนประสาทเท้ามาก “วุ้ย เพื่อนนายคนนั้นมันตายไปแล้วเหรอวะ หรือมันไม่กลับมา? เสี่ยวอู๋ถึงได้โยเยแบบนี้?”

“โยเยพ่อง!” ผมด่า “แล้วก็ไม่ได้ร้องเว้ย!”

“อะไร จะบอกว่าเป็นหวัดเหรอ?” พอผมด่าสวนไปว่า ไอ้เวร เขาก็หัวเราะ “ถอยมาซะไกล คิดว่าจะไม่ได้ยินหรือไง?”

ฉินอี้เหิงขยับถอยมาด้วยอีกคน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้อ้วนกลมข้างตัวผมมันตัวสั่นกึกๆ ท่าทางจะกลั้นขำอยู่ ผมตอบปัดไปว่าไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้นเขาก็ทำท่าประหลาดใจ บอกว่าผิดปกติที่ผมแยกตัวออกมา

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 8

因为我永远很开心 只要你站在身边
– ‘ Cause I’m always happy as long as you stand by my side
_________________________________

“ขอโทษที่ขัดนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น “ช่วยพาผมลุกไปด้วยได้ไหม?”

ผมลืมฉินอี้เหิงไปเสียสนิท นายอ้วนมองผมอย่างขอความเห็นก่อนจะไปช่วยพยุงแล้วแก้มัดให้ ปากก็ว่าไป “อันที่จริงเราควรจะอยู่ในที่ที่มีโต๊ะน้ำชาหน่อยนะ เดินทางมาก็ไกลน้ำท่าก็ไม่มีให้ นี่มันการรับแขกวัฒนธรรมไหนกัน?”

ชายในชุดสูทยืนขึ้น “ผมคิดว่าเราควรคุยให้จบที่นี่ ที่นี่ปลอดภัย”

“ปลอดภัยสำหรับใคร?” นายอ้วนถามย้อน

“สำหรับพวกเรา” คราวนี้ชายใส่แว่นตอบ “หน้าต่างประตูเยอะช่องเยอะ ไม่ดี”

ฟังแล้วก็พอเข้าใจได้

“หากเราจะฝ่าออกไป…” นายอ้วนเปรยขึ้นพลางขยับหัวไหล่ เขายิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก กราดตามองคำนวณจำนวนคนคร่าวๆ “ไม่ยากเท่าไหร่ มาลองดูกันไหม?”

ผมไม่พูดอะไร หากแต่เมินโหยวผิงอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมมาก

“มาออกกำลังกายกันหน่อย!”

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 7

笑话 – Joke
_________________________________

คนตรงหน้าเงียบไม่ส่งเสียงใด สภาพที่ถูกมัดมือและเท้าเป็นภาพที่ไม่คุ้นตาอย่างที่สุด ในหัวผมประมวลผลเร็วจี๋ถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดผลอย่างที่แสดงอยู่เต็มสายตา
ผมตระหนกเกินกว่าที่จะทนเงียบอยู่ได้

“เสี่ยวเกอ!”

“คนรู้จักเหรอ?” เขาถาม เป็นครั้งที่ได้เห็นหน้าคนที่คุยกับผมมาหลายวัน ใบหน้ามีรอยยิ้มยียวนอยู่ภายใต้แว่นสีชาหวนให้นึกถึงใครบางคน “เขาเป็นเพื่อนคุณใช่ไหม?”

“ใช่” ผมตอบทันควัน ไม่ได้สนใจคนที่ต่อบทสนทนาแต่อย่างใด มองสำรวจสภาพคนที่อยู่ตรงไหนอย่างตั้งใจ ถึงแม้จะมอมแมมไปหน่อย ชุดเสื้อผ้าสกปรก แต่สภาพไม่มีแผล ใบหน้าไม่มีแม้รอยฟกช้ำ เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วจึงหันไปมองบุคคลภายใต้แว่นสีชา “คุณไป..เอ่อ… ไปพามาได้ยังไง?”

เขาเลิกคิ้วขึ้นตอนที่ได้ยินผมลังเลในการใช้คำพูด ดูจากสภาพของเมินโหยวผิง จะเรียกว่าไปลักพาตัว ไปจับมา ก็ดูไม่สมเหตุสมผล

“ก็จะไปจับตัวมา แต่อยู่ๆ ท่าทางแปลกไป ผมเลยคิดว่าคุณน่าจะรู้”

ผมเหลือบมองเมินโหยวผิงแล้วอยากขยับเข้าไปใกล้ หากคนด้านหลังยื้อผมไว้อย่างน่ารำคาญ “แค่จะขยับมาดูอาการเพื่อน! ระยะแค่นี้หากวิ่งตามจับไม่ได้ ก็ลาออกไปทำสวนทำนาซะ เสริมกำลังแขนขาบ้าง!” เมื่อฟังผมบ่นยาวเขาก็ปล่อยให้ผมขยับตามใจชอบ

 

บางอย่างไม่ถูกต้อง…

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 6

倔强 – Stubborn
_________________________________

ฮ่องกงในยามเช้าบรรยากาศเงียบสนิท กระทั่งแปดโมงแล้วเมืองทั้งเมืองแทบไม่มีคน นั่นถือเป็นข้อดี

เราตัดสินใจเข้าที่พักกันก่อนเพราะไม่อยากแบกของเดินเที่ยว ส่วนผมเองมีอาการคลื่นไส้ตั้งแต่อยู่บนเรือ อาจจะเป็นเพราะอาหารที่มีบนเรือเป็นขนมปังชีสทาเนย บวกกับพื้นที่โคลงไปมาเชื่องช้า กินหมดชิ้นก็นั่งเวียนหัวคลื่นเหียนจนไม่สามารถนั่งอยู่กับที่ได้ ผมได้เมินโหยวผิงพยุงไปรับลมที่ดาดฟ้าเรือ ปรากฏว่าดาดฟ้าเรือยามเช้าตรู่ลมแรงหนาวมากจนจามออกมา มองเมืองที่คลื่นที่ผ่านไปอย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่ไกลลิบก็ยังหวนคลื่นไส้ขึ้นมาได้อีก นายอ้วนเอาถุงพลาสติกมาให้อาเจียนก็อาเจียนไม่ออก อึนมวนอยู่ในร่างกาย เห็นนายอ้วนสบตากับเมินโหยวผิง จากนั้นไม่ถึงสิบวินาทีผมก็ไม่รับรู้อะไรอีก ลืมตาเมื่อโดนสะกิดตอนถึงฝั่งแล้ว แล้วสะบัดหัวไล่ความมึนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นายอ้วนหวังหันมายิ้มกว้างใส่ เล่าวิธีการแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดแล้วผมก็อยากจะด่าแต่ก็ด่าไม่ออก ได้แต่ร้องไห้แต่ไร้น้ำตาในใจ

ผมได้ชั่วโมงพักผ่อนอยู่หลายชั่วโมงจนกระทั่งเที่ยงวัน นายอ้วนกางแผนที่เที่ยวที่น่าสนใจพลางชี้จุดร้านข้าวหน้าเนื้อสับอันขึ้นชื่อย่านเชิงหว่าน อยู่บริเวณรถไฟฟ้าใต้ดินเดินทางไม่ยาก ถึงไว เหมาะกับสภาวะที่หิวโหยอย่างยิ่งเช่นตอนนี้

ข้าวหน้าเนื้อสับในชามหินร้อนควันฉุยลักษณะเหมือนหมูสับต้มซีอิ๊ว เมื่อตอกไข่ดิบลงไปกลางกองเนื้อสับไข่ขาวค่อยสุกขึ้นทีละน้อยน่ากิน ผมหิวจนไม่ได้คิดเรื่องถ่ายรูปอาหารด้วยซ้ำ รสชาติเนื้อกลมกล่อมติดเค็มที่ปลายลิ้น กินกับน้ำอัดลมสีใสใส่บ๊วยยิ่งเข้ากันเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าอะไรที่เป็นของขึ้นชื่อของร้านพวกเราสั่งมากันไม่เหลือสักรายการ

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 5

如果风 没有吹落树叶 – if the wind not blowing leaves
_________________________________

การที่ตื่นเต้นตั้งแต่เช้าทำให้อาการเมาค้างจากเมื่อคืนหายวับ ผมอยู่บนแท็กซี่กำลังมุ่งหน้าไปสนามบิน ตอนนี้สิบเอ็ดโมงแล้ว… จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าขามา จากสนามบินมาถึงที่พักใช้เวลาครึ่งชั่วโมง แต่เช้าวันนี้ เราอยู่บนรถคันนี้มาสี่สิบนาทีแล้วยังไม่เห็นแม้รันเวย์ที่ควรจะอยู่ลิบตา

ใครเลยจะเอะใจได้ว่าเราบินกลับรอบเที่ยงครึ่ง…

เมื่อคืนหลับไปตอนไหนจำไม่ได้สักนิด ผมตื่นมาอยู่บนเตียง นายอ้วนนอนกรนอยู่ที่พื้นปลายเตียง และเมินโหยวผิงนอนนิ่งอยู่ข้างตัวผมแบบลืมตาเหมือนว่าตื่นนานแล้วแต่ไม่ลุก ผมสะบัดหัว เดินโซเซไปแปรงฟันอาบน้ำ ปลุกนายอ้วนแล้วจึงเก็บของเข้าที่เตรียมกลับ

ตอนนั้นเองที่ผมได้เห็นตั๋วเครื่องบิน มันถูกวางอยู่อย่างไร้การเหลียวแลบนชั้นวางของ มองตัวเลขบอกเวลาบนกระดาษสลับกับนาฬิกาที่ข้อมือถึงสามรอบ

‘เวลาไม่มีแล้ว’ ของจริงล่ะทีนี้…

ผมวิ่งไปเคาะประตูห้องน้ำร้องบอกนายอ้วนทันที ได้ยินเสียงโหวกเหวกว่าฉิบหายดังสนั่นออกมาจากข้างใน ไอ้อาการเดินโซเซคลื่นเหียนของผมหายไปสิ้น รวบเก็บทุกอย่างให้เร็วที่สุดยัดใส่ประเป๋าเดินทางอย่างไม่สนใจสภาพ

ในเอกสารจากเสี่ยวฮัวระบุว่าวันกลับจะมีรถมารับที่หน้าโรงแรมตอนสิบโมง ผมพุ่งตัวไปรับหน้าก่อน ปล่อยให้นายอ้วนและเมินโหยวผิงจัดการตัวเองให้เรียร้อย พาตัวเองไปถึงเคาน์เตอร์จัดการทำเรื่องคืนห้องพักเวลาสิบโมงพอดีเป๊ะ จนแล้วจนเล่ารถที่มารับก็ไม่มา ออกไปชะเง้อหน้าโรงแรมก็แล้ว พวกนายอ้วนตามมาสมทบก็แล้ว เมื่อเข็มยาวชี้เลขห้าความอดทนก็สิ้นสุด ตัดสินใจโบกแท็กซี่ไปสนามบินทันที

คุณรู้ไหม… เวลาที่เรารีบ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง…

Continue reading