[Daomu fanfiction] 连接 -9-

隐形 – Stealth
[張起靈*吳邪]
_________________________________

กระทั่งช่วงสถานการณ์แบบนี้ ร้านของอาสามยังคงเปิดทำการตามปกติ แน่นอนว่าเปิดกับปิดต่างกันที่เปิดประตูหรือปิดประตูเท่านั้น ยังไงก็ไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว วันนี้ไม่มีลมพัดสักแอะพาให้รู้สึกอึดอัดทั้งกายใจ แสงแดดยังคงแผดแสงสีส้มลงบนพื้นถนน พวกเรานั่งอยู่โต๊ะกลางร้านเงียบเชียบ ตกลงกันอย่างไม่ได้นัดหมายว่าจะเอาสัมภาระกองไว้แถวๆ นี้ก่อนอย่างไม่ใส่ใจ

เราคงจะเงียบกันไปอีกนานหากนายอ้วนไม่เปิดประเด็น “จะเงียบให้มันได้อะไรขึ้นมา? เงียบไปเพื่อนนายก็ไม่ฟื้นคืนชีพหรอก! … เออ หรืออาจจะฟื้นมาแล้ว?”

ผมตบหน้าผาก ผิดเองที่คาดหวังความมีสาระจากผู้ชายคนนี้ “นั่นสินะ… พอเถอะ หมดชั่วโมงแผ่เมตตาแล้ว อาอินเล่าที่นายรู้มา คายออกมาให้หมดล่ะ”

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -8-

只要你站在身边 – As long as you stand by my side
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ชายหนุ่มหน้าละอ่อนกำลังง่วนกับซุปในหม้อที่เดือดปุดส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ดวงตาภายใต้กรอบแว่นดูอารมณ์ดี มือเรียวจัดเตรียมมื้อเช้าไม่หยุดโดยมีเสียงทีวีเป็นผู้ประกาศข่าวภาคเช้าดังเป็นเพื่อน อวี๋อินผู้ตื่นแต่เช้ายืนดักผมอยู่ข้างห้อง เขาพูดว่าขอซื้อเวลาต่ออีกนิด เพราะทำใจที่ไปโดยไม่บอกใครไม่ได้ พ่อใหญ่และพ่อรองต่างรู้และเข้าใจเรื่องดวงตาไม่เที่ยงนี้ ต่อให้รู้ว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถช่วยแก้ไขอะไรได้ แต่ทั้งสองก็ต้องเป็นห่วงอยู่แน่ๆ ผมพยักหน้ารับรู้และไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่คอสะบั้นตอนนี้ เรายังมีเวลาอยู่นิดหน่อย พวกเราตื่นเช้าก็จริงแต่ยังไม่ทันอวี๋ถงที่ไม่แน่ใจว่าลงมาทำมื้อเช้าตั้งแต่กี่โมง

“มีอะไรกัน?” พ่อรองเปิดประตูมาเจอผมและอวี๋อินปรึกษากันร้องถาม ท่าทีง่วงงุนและไม่สบอารมณ์เพราะต้องตื่นเช้าแสดงอาการออกชัดเจน

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -7-

不容易 – Not easy
[張起靈*吳邪]
_________________________________

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ราวกับเพิ่งได้ลืมตาตื่นไม่นาน แต่ตอนนี้พวกเราอยู่หน้าบ้านเดี่ยวพร้อมสวนในเฟสสาม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตที่ดินราคาแพงบริเวณวงแหวนรอบนอกของตัวเมือง มีแขวนป้ายเขียนคำว่า ‘อวี๋’ เป็นที่เรียบร้อย ผมรู้ดีว่าตอนนี้ผมควรมีสติให้มาก ทั้งการเรียกชื่อของแต่ละคน หากพลาดก็คงหมายถึงความยุ่งเหยิงที่จะมีมากขึ้น จากที่นั่งง่วงงุนมาตลอดทางมาตื่นเต็มตาก็ตอนนี้เอง นายอ้วนที่ดูท่าจะสนุกมาตลอดยังถึงกับต้องตบบ่าอวี๋อิน(ในร่างของผม)อย่างเห็นอกเห็นใจ ระหว่างทางในรถผมยังเพลียอยู่มาก พ่อรองด่าอะไรผมก็ไม่ค่อยได้ฟัง เมื่อเห็นความอ่อนเพลียของผม พ่อรองจึงเขกหัวไม่แรงนักมาหนึ่งที ราวกับเป็นการผ่อนปรนให้สักครั้ง กับเส้าตี๋อวี้ผมแค่ยิ้มแล้วลูบหัวเสียหนึ่งทีก่อนจะหลับยาวยันมาอยู่หน้าบ้าน

บ้านของอวี๋อินดูอบอุ่นน่าอยู่ผิดกับบ้านของผมลิบลับ พ่อหน้าละอ่อนตัดผมสั้นทั้งสองคนของอาอินเป็นตำรวจทั้งคู่และยังเป็นฝาแฝดกันอีกด้วย ดีหน่อยที่พ่อใหญ่ใส่แว่นและดูอ่อนโยนกว่าพ่อรองเยอะจึงง่ายต่อการแยกแยะ ผมเอ่ยทักอย่างเกร็งเล็กน้อยก่อนจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักเพื่อนๆ ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย แม้ว่าพ่อทั้งสองจะมีคำถามตอนที่แนะนำนายอ้วนก็ตาม ก็หน้าตาดูไม่ใช่รุ่นเดียวกันเลยนี่นะ…

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -6-

把你的手给我 – Give me your hand
[張起靈*吳邪]

_________________________________

เรื่องราวของการเดินอยู่ในป่าอาจจะจบลงอย่างง่ายดาย พวกเราติดต่ออีไท่และได้กลับบ้านกันอย่างมีความสุข ทั้งหมดนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าลืมตาตื่นขึ้นมาเจอเพดานเถาวัลย์ยั้วเยี้ยชวนขนลุก ผมสะดุ้งตัวผุดนั่งมองรอบตัวอย่างเหงื่อตก จะเอาอีกแล้วเหรอ คราวนี้ย้ายทั้งคณะได้เลย เพื่อนเกลอตัวนี้จะขยันหรือว่างไปไหม… แต่เดี๋ยวก่อน เรามีเมินโหยวผิง ต่อให้เคลื่อนย้ายคนทั้งโลกหรือแค่มดสักตัว เรือพ่วงนี่ควรรู้สึกเป็นคนแรกจึงจะถูกต้อง คิดได้แล้วจึงมองหาเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ที่ไหนไกล… ข้างตัวผมนี่เอง

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -5-

不打擾 – don’t want to bother
[張起靈*吳邪]

_________________________________

 

ช่วงวินาทีที่ความอดทนและความเหนื่อยล้าแตะถึงเพดาน แม้กระทั่งการหายใจก็ดูเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก อุณหภูมิในร่างกายขึ้นสูง ผิวหนังรู้สึกเย็นชื้นเหงื่อ ตามมาด้วยอาการหน้ามืด ผมเดินย่างแต่ละก้าวด้วยความสนิทชิดเชื้อกับทุกลำต้นที่ใช้ในการช่วยพยุงร่างไม่ให้ล้มไปเสียก่อน ประสาทตาก็เริ่มไม่โฟกัส เห็นเป็นแผ่นหลังเมินโหยวผิงด้านหน้าเลือนๆ ที่ดูเหมือนจะจงใจเดินช้าลงเพื่อรอผม กับแผ่นหลังของนายอ้วนที่อยู่ไกลๆ เมื่อทั้งคู่ยังอยู่ในระยะสายตา ผมตัดสินใจยืนนิ่งสักพักเพื่อสูดหายใจเข้าลึก อากาศในป่าบริสุทธิ์มากก็จริง ถ้าไม่ใช่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็พอจะมีอารมณ์ชื่นชมธรรมชาติอยู่หรอก

เมินโหยวผิงยืนถัดไปจากผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นายอ้วนเองก็เหมือนจะเดินกลับมาดูอาการด้วยแม้จะยังมึนตึงกับผมอยู่ ทันใดนั้น ผมเห็นร่างของตัวเองจากทางหางตา กำลังล้มลงบนพื้น

ยังไม่ทันได้รู้ตัว ผมก็วิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี ลืมสิ้นทุกความเจ็บปวด ก้มประคองร่างตัวเองขึ้นมาตรวจเช็คการหายใจ

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -4-

迷路 – Lost
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ความปวดแปลบไปทั่วทั้งตัวคือสิ่งแรกที่ผมรู้สึกหลังจากที่ลืมตาขึ้นมา ท้องฟ้าเบื้องหน้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม เม็ดฝนเริ่มตกปรอยปราย ผมคงจะตื่นเพราะความหนาวชื้น ยังไม่กล้าขยับตัวลุกขึ้น ได้แต่ลองขยับตามแต่ละส่วนของร่างกายเพื่อตรวจดูว่ามีอะไรแตกหักหรือไม่ ส่วนที่ปวดช้ำที่สุดคงจะเป็นสะโพก กะพริบตาถี่ๆ เพื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่แปลกใจนัก ทุกจังหวะที่หล่นกระแทกพื้นเป็นสะโพกตลอด กระดูกไม่หักก็ถือว่ายังมีบุญคุ้มตัวอยู่บ้าง พอขยับไหวก็เริ่มกะเผลกร่างตัวเองไปนั่งหลบเม็ดฝนใต้ร่มไม้ใหญ่ เปิดกระเป๋าสำรวจทรัพยากรที่มีแล้วก็ชะงัก ในมือของผมคือกระเป๋าของอวี๋อิน นึกอย่างไรก็ไม่ออกว่าไปสลับกันเมื่อไหร่ตอนไหน ในนี้ไม่มีอะไรมากนักด้วยเนื่องจากของกินส่วนใหญ่อยู่ในกระเป๋าของผม ซึ่งตอนนี้คิดในแง่ดีว่าคงอยู่กับอวี๋อิน อย่างน้อยก็พอโล่งใจได้ว่าหมอนั่นคงยังไม่อดตายไปอีกหลายวัน ในขณะที่กระเป๋าในมือผมอยู่ได้อย่างเก่งก็คงเย็นวันรุ่งขึ้น

ฝนตกหนักขึ้นยิ่งลำบากในการก่อกองไฟกลางแจ้ง ทำได้เป็นกองเล็กๆ ทั้งยังต้องจุดใหม่อยู่เรื่อยทำเอาน่ารำคาญใจไม่น้อย ด้วยสภาพร่างกายที่แทบไม่อยากกระดิกตัว ผมก็เผลอหลับด้วยความเพลียไปก่อนที่จะทันได้คิดอะไรต่อ

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -3-

你的世界 – Your world
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ผมสะดุ้งตื่นจากเสียงย่ำใบไม้ภายนอกเต็นท์ ลุกขึ้นมาแง้มดูเห็นเหยียนเหล่ยยืนพะวักพะวนอยู่แถวกองไฟจึงผุดลุกขึ้นออกไปหา พร้อมกันนั้นอวี๋อินก็ออกมาจากเต็นท์อีกด้าน เหยียนเหล่ยบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำ ผมกับอวี๋อินก็ทำท่าแยกย้ายจะไปนอนก่อนที่เพื่อนจะดึงแขนพวกเราเอาไว้เพื่อขอให้ไปเป็นเพื่อน

“คนเดียวก็พอมั้ง…” อวี๋อินบอก ท่าทางอยากกลับไปนอนเต็มแก่

“งั้นไปกับอาอินเถอะ ฉันไปนอนต่อล่ะ” ผมพูดปัดให้พ้นตัวอย่างง่ายดาย ไม่สนใจอวี๋อินที่ทำหน้ายุ่ง

“ไม่ต้องแย่งกันไปเป็นเพื่อนได้ไหม ฉันซึ้งจะร้องไห้แล้ว” เหยียนเหล่ยพูดเสียงน้อยใจ หมอนี่ตัวใหญ่กว่าผมกับอวี๋อินรวมกันเสียอีก ไม่เข้าใจว่าที่นี่มีอะไรน่ากลัวนัก

“นายนี่ใจมดเหมือนเดิม กล้ามใหญ่ๆ นี่น่าจะช่วยอะไรนายได้บ้างนะ” อวี๋อินว่าพลางบีบท่อนแขนล่ำนั้น “ไปๆ ไปให้เสร็จๆ ไป ฉันจะได้กลับไปนอนเสียที” ไม่วายมืออีกข้างคว้าผมไปด้วยเสียอีก

เราเดินพ้นจากบริเวณที่พักมาเล็กน้อยผมก็เอ่ยปาก “แถวนี้แหละ นายจะไปไหนไกลๆ ทำไม”

“ไปอีกนิดเถอะ ขอตรงนั้น” มองตามนิ้วของเหยียนเหล่ยไปแล้วรู้สึกไม่เข้าที

“ไกลไปแล้วไอ้บ้า” อวี๋อินว่าซึ่งผมเห็นด้วย “แถวนี้ก็พอ ที่จริงถ้านายไม่เรื่องมาก หลังเต็นท์นายยังได้เลย”

“นายไม่เข้าใจ”

Continue reading