[Daomu fanfiction] The Traveller – 15

有多少懷念 被你留下 – How many memories you left behind
_________________________________

ไม่รู้ว่าเราวิ่งกันมานานแค่ไหน เลี้ยวไปแล้วไม่รู้กี่เลี้ยวก็ยังไม่เห็นทางออกที่เมินโหยวผิงบอก เขาหันมาผมแว่บหนึ่งก่อนจะบอกให้พวกเราวิ่งกันต่อไปเรื่อยๆ เขาชะลอความเร็วลงจนรั้งท้าย หันตวัดวาดเท้ากระแทกคบไฟทะลุกะโหลกชุ่มด้วยเลือดพุ่งกระเด็นหายไปพร้อมกับส่วนหัว

“เปิดไฟฉาย” เมินโหยวผิงร้องบอกทุกคน

ผมจับข้างเอวตัวเองอัตโนมัติ หยิบไฟฉายขึ้นมาส่องทางวิ่งเลี้ยวเคี้ยวคด “ไหนทางออก?”

“พอแล้ว” เมินโหยวผิงรั้งตัวฉินอี้เหิงพูดต่อ “อุโมงค์ที่นี่วกวน ถ้ามีตัวอื่นก็ยังตามมาไม่ถึง” เมื่อพวกเราหยุดจึงพบว่าแผ่นหลังชุ่มเหงื่อไปหมด

“นั่นมันตัวอะไร แล้วเลือดที่มือคืออะไร?” ฉินอี้เหิงผู้ซึ่งไม่เคยเห็นผีดิบเต็มตาและไม่เคยพบพานด้วงศพมากกว่าถามสีหน้าตาตื่น

“แมลงคือด้วงศพ มันกัดเข้าทะลุร่างหายเข้าไปกัดกินในตัวนายได้ ส่วนเลือดนั่นยากันแมลง” นายอ้วนอธิบายง่ายๆ ซ้ำยังยืดตัวอย่างภาคภูมิใจราวกับเป็นผลิตผลจากตัวเขาเองก็ไม่ปาน “ส่วนไอ้ตัวหนืดๆ ที่เดินได้นั่นผีดิบ สภาพเละๆ แบบนั้นเราเรียกกันว่า บ๊ะจ่าง ไอ้ตัวพวกนี้มีพิษ แค่สัมผัสโดนตัวก็ตายได้แล้ว”

“ผีดิบพวกนี้เราจะใช้กีบลาดำจัดการ แต่เราไม่ได้เตรียมมา” ผมว่าต่อ “ที่เหนือกว่าคือ เรากลับมาแล้ว!” ผมส่องไฟฉายไปมาอย่างร่าเริง

Continue reading

Advertisements

[Daomu fanfiction] The Traveller – 14

感受風的溫差 – Difference temperature of the wind
_________________________________

พวกเรามองของในมือนายอ้วนสลับกับหน้าของเขาที่ยิ้มกระหยิ่มอย่างผู้มีชัย พอผมถามว่าไปเอามาได้ยังไง นายอ้วนหวังกลับตอบหน้าตาเฉยว่าหยิบมาตอนที่เจ้าของไม่เห็น

“ฉันว่าเขารู้” ผมหรี่ตามองนายอ้วน เขาทำท่าไม่เชื่อ “นายลองดู… เห็นไหมว่ามีนายคนเดียวที่ไม่ได้ของฝากเลย”

“ของฝาก?” ฉินอี้เหิงทวนคำทำหน้างง

“นายได้ผ้ายันต์ ฉันได้ผ้ามัดผมที่ข้อมือนี่ไง แต่เขาไม่ได้ให้อะไรนายอ้วน” ผมแนะให้เขาเห็นภาพ “แต่ถ้าไม่เรียกของฝากแล้วจะเรียกอะไร? ของที่ระลึก?”

“โอ… ฉันนึกว่าเขาให้แต่นายคนเดียวซะอีก” นายอ้วนทำหน้าตกใจปลอมๆ “หรือว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าเสี่ยอ้วน?”

“ถ้าเขาไม่ชอบ นายจะได้อยู่ในบ้านเรอะ” ผมถลึงตาใส่ “แล้วยังไปเอาของของคนอื่นมาอีก นายนี่มัน…”

“แต่มันก็ได้ใช้ใช่ไหม?” นายอ้วนแถกลับ “ถึงจะเอามาเพราะมันสวยดีก็เถอะ น่าจะขายได้”

“ไม่รู้ ต้องเอามาลองก่อน” ผมแบมือ

“เสี่ยอ้วนรู้ละ…” มือที่กำลังยื่นของมาให้ผมชะงัก หรี่ตามองผมอย่างมีนัยยะ “คุณชายจางแม่งต้องรู้แน่ๆ ว่าเทียนเจินจะต้องใช้สิ่งนี้ถึงได้ไม่ทวงถาม! คำนวณเอาไว้หมดแล้วสินะ… คุณชายจางร้ายกาจนัก!”

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 13

拼不出的解答 – Puzzle Solution
_________________________________

เนื่องจากเป็นการเดินเท้ามายังทิศเดิมเราจึงทำเวลาได้ค่อนข้างดี ไม่ทันไรก็ถึงจุดที่เคยเจอกับชนกลุ่มน้อย ร่องรอยสีแดงเข้มเกือบดำที่พื้นเป็นหลักฐานยืนยันว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้อง เราเดินเบี่ยงออกมาเล็กน้อยให้เหล่าพุ่มไม้ช่วยพรางตา เหตุการณ์นี้ยังผ่านไปไม่นาน อาจจะยังมีคนมาเดินตรวจตราเก็บตกอยู่ก็เป็นได้

ตลอดทางผมโดนนายอ้วนแซวไม่หยุดเรื่องที่จางฉี่หลิงร่ำลาผมด้วยวิธีแปลกประหลาด ต่อให้ผมบอกว่าเขาแค่อยากลองใช้วัฒนธรรมต่างเมืองก็ไม่เชื่อ ยังคงมองด้วยสายตาส่งความหมายมาตลอดทาง ฉินอี้เหิงได้แต่ยิ้มทำตัวเป็นกลาง โชคดีที่เราไม่สนิทพอจะเล่นหัวกันได้ ไม่อย่างนั้นผมคิดว่าคงไม่มีใครอยู่ฝั่งเดียวกับผมเลยสักคน

เราพักกันไม่กี่นาทีก็ออกเดินทางต่อ เดินอ้อมบ้างตรงบ้างแล้วแต่ขาจะพาเดิน เทียบกับแผนที่ที่จางฉี่หลิงให้มาเพื่อดูทิศทาง ลายเส้นของเขาสะอาดสะอ้าน วาดเข้าใจง่ายทั้งสัดส่วนยังถูกต้อง มีเครื่องหมายแนะนำจุดที่เราควรจะแวะพักเอาไว้ด้วย กะเพื่อเวลาแล้วเราพักกันจุดเว้นจุดเพื่อประหยัดเวลา จบหนึ่งวันเราได้พักในโพรงหิน ตอนกลางคืนไร้การก่อกองไฟไม่อยากประมาท อากาศเย็นลงจนต้องเอาเสื้อกันหนาวขึ้นมาใส่ทับอีกชั้น ห่อเสบียงที่นายอ้วนทำไว้ง่ายต่อการกิน ในความมืดไร้แสงไฟ หูคนเราจะไวผิดปกติ เพียงได้ยินเสียงใบไม้ขยับพวกเราก็ตื่นตัว กลัวเจอชนกลุ่มน้อยผ่านมาอีก ครั้งนี้หากสู้ก็ไม่รู้จะชนะหรือไม่ พวกเราวิตกจริตกันอยู่แบบนั้นจนหลับไป

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 12

追逐 – Chase
_________________________________

ผมตื่นมาตอนที่นายอ้วนกับจางฉี่หลิงเปิดประตูเข้ามาในบ้าน ลมหนาวเข้าปะทะตัวทำให้ผมลุกขึ้นนั่งมามองรอบตัว พบว่าเป็นคนเดียวที่ยังนอนอยู่ กะพริบตาสองสามทีประมวลผลว่าที่นี่ที่ไหน ทำไมนายอ้วนกับเมินโหยวผิงใส่ชุดโบราณได้ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าสติดีแล้วผมจึงลุกขึ้นไปบ้วนปากเอาน้ำลูบหน้าให้ตื่น เข้ามาจิบชาร้อนบนโต๊ะพักหนึ่งฉินอี้เหิงก็เดินเข้ามาในบ้านในสภาพตลกแปลกๆ เขาใส่ชุดเสื้อคอกลมของจางฉี่หลิงแต่คลุมทับด้วยเสื้อกันหนาวที่พวกเราใส่ตั้งแต่ตอนขึ้นเขา ในมือเปื้อนเลือดทำให้ผมผุดเข้าไปดูสภาพของเขา ฉินอี้เหิงยกมือห้าม บอกว่านี่ไม่ใช่เลือดเขา แต่เป็นเลือดของจิ้งจอกตัวหนึ่งที่นายอ้วนกับจางฉี่หลิงหามาได้ นายอ้วนบ่นอุบเรื่องนี้บ้านหลังนี้ไม่มีอุปกรณ์ทำอาหารอะไรเลย เจ้าของบ้านได้แต่หัวเราะตอบว่าปกติเขาไม่กินสามวันก็อยู่ได้ หากเดินทางก็หาเอาดาบหน้า

เนื่องจากวันนี้เราได้เนื้อกินตั้งแต่มื้อเช้า ผมพลันนึกถึงข้าวสวยร้อนๆ แต่เราไม่ควรคิดถึงสิ่งที่เราไม่มี ขนมปังก็พอจะแทนที่กันได้ เมื่อกินอิ่มนอนหลับแล้ว ได้เวลาแยกย้ายกันทำหน้าที่ ผมกับฉินอี้เหิงลงมือหาสมุดบันทึกซึ่งค่อนข้างกินเวลาเป็นอย่างมาก เล่มหนึ่งมีอะไรจดไว้หมายอย่างตามแต่ละสถานที่ที่ไป บางเล่มก็มีรวมกันสองที่ ผมกราดสายตาหาอย่างอดทน ฉินอี้เหิงเองก็ทำความเร็ว แบ่งกันหากับผมคนละด้านของกำแพง ระหว่างนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดดูของในหีบ เป็นรูปปั้นสำริดบ้าง ไม้แกะสลักบ้าง แต่ละชิ้นเป็นของใหม่คุณภาพดี หากนำกลับไปขายคงราคาดีไม่น้อย โชคดีที่ผมไม่สนใจ เปิดดูสมุดไล่ต่อไป

การไล่ดูกินเวลามากกว่าที่คิด นายอ้วนกับจางฉี่หลิงเข้ามาช่วยหากินเวลาไปร่วมชั่วโมง พวกเรายุติการหา ตกลงกันว่าจะออกเดินทางก่อน กลับมาอย่างไรค่อยว่ากัน ผมตรวจดูของในเป้เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเห็นครบเรียบร้อยดีแล้วก็พร้อมเดินทาง

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 11

我的心还在悸动跳动 这裡没有你
– My heart is still throbbing even you’re not here
_________________________________

ชายตรงหน้าขมวดคิ้วมองผมอย่างไม่เข้าใจ ทั้งผมและเขาต่างมองกันเรียกได้ว่าหัวจรดเท้าเท้าจรดหัว เสี่ยวเกอตรงหน้าผมแต่งตัวย้อนยุคเสมือนคอสเพลย์อยู่ แต่งเป็นขุนนางข้าราชสำนักหมิง มีลายปู่จึหรือลายปักสัตว์มงคลอยู่บริเวณหน้าอก บ่งบอกว่าเป็นขุนนางฝั่งบุ๋นระดับหนึ่ง รูปนกกระเรียนสีขาวฟ้าเลื่อมด้วยสีทองท่ามกลางหมู่เมฆสีสันฉูดฉาดหรูหรา ผ้าพื้นสีน้ำเงินเข้มมีเสื่อมสีเงินปักเป็นลายที่ผมยังไม่ได้ใส่ใจมองนัก

“เจ้าเป็นใคร ชาวต่างถิ่นหรือ ทำไมแต่งตัวชอบกล?”

ผมอ้าปากค้าง พูดมาได้ แล้วนายแต่งตัวไม่ประหลาดตรงไหน หรือจะไปแสดงงิ้วโดยที่ยังไม่ได้แต่งหน้า? หากแต่ไม่ใช่เวลาต่อปากต่อคำ มองเลยไปด้านหลังเห็นฉินอี้เหิงแง้มประตูหลังบ้าน นายอ้วนรอดูจังหวะจากการพูดคุยของผม

“เอ่อ.. เรื่องมันพูดยาก เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันกับเพื่อนกำลังหลงทาง อยากจะถามทาง.. แล้วอาจจะขอพักด้วยสักคืนได้ไหม? นอนหลังบ้านก็ได้ หน้าบ้านก็ได้” ผมพูดช้าอึกอักทำท่าทีเดือดร้อน เมินโหยวผิงตรงหน้ายังมองผมหัวจรดเท้าอย่างออกนอกหน้า ผมไม่สนใจลอบมองเห็นนายอ้วนแว่บออกประตูหลังได้แล้วจึงหันมารีบปิดการขาย “มีฉันกับเพื่อนอีกสองคนที่กำลังมา ฉันวิ่งมาก่อน”

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 10

我們之間的距離 – Distance between us
_________________________________

ผมยืนนิ่งช็อคอยู่อย่างนั้น ได้สติตอนได้ยินเสียงของนายอ้วนก่นด่าเรื่องที่ผมไม่ยอมช่วยดึงฉินอี้เหิงขึ้นมา มีเขาดึงอยู่คนเดียว แม้ฉินอี้เหิงจะไม่ได้อ้วน หากมีโครงสร้างใหญ่ น้ำหนักตัวมาก

“เสี่ยวอู๋แม่งไร้น้ำใจ ต่อไปใครจะคบ.. มารดามัน! ที่นี่ที่ไหน!!” นายอ้วนตะโกนลั่นพลางขยี้ตา “ไอ้ฉิบผาย คิดว่าไอ้กลไกเปลี่ยนห้องที่เคยเจอว่าล้ำแล้ว อันนี้แม่งถึงขั้นเปลี่ยนสถานที่!”

นายอ้วนวิ่งมั่วทิศไปที่หนึ่ง วิ่งไปได้เกือบกิโลก็วิ่งกลับมา

“ไม่มีผนัง! นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา!”

ผมก้มลงจับพื้นดิน มันเป็นดินจริงๆ เอามีดพกแทงพื้นตะกุยดูเจอแต่ดิน ยืนมองทิวทิศน์โดยรอบจะลงละม้ายคล้ายยอดเขาอยู่ แต่ไม่สูงเท่าฉางไป๋ซาน ใบไม้ร่มรื่นสีเขียวน้ำตาล นี่อาจจะกำลังเข้าฤดูหนาว เมื่อคืนสติได้หน่อยสัมผัสได้ว่าอากาศเย็นลงคนต้องเอาเสื้อในเป้ขึ้นมาใส่ พบว่าของในกระเป๋ามีน้อยผิดปกติ ซึ่งระหว่างทางนั้นผมแทบไม่ได้เอาอะไรออกจากเป้เลย กระทั่งไฟฉายที่พกไว้ที่เอวก็ไม่มี หากทำตกต้องได้ยินเสียง แต่มันไม่ใช่แค่ไฟฉาย แท่งไฟเรืองแสง ปืนสำรองในเป้ก็ไม่มี นี่ผิดปกติเป็นอย่างมาก

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 9

交叉 – Cross
_________________________________

ผมสูดหายใจเข้าลึกพยายามไม่นึกถึงเรื่องราวมากมายบนพื้นที่นี้ ตั้งใจมองเมินโหยวผิงขุดหารอยแยกที่กลบอยู่ใต้หิมะ โพรงจมูกที่ควรจะแห้งเย็นกลับร้อนผ่าวเหมือนน้ำมูกจะไหล ทั้งเช็ดด้วยถุงมือก็แล้วแขนเสื้อก็แล้ว เริ่มเจ็บปลายจมูกจึงให้วิธีสูดหายใจเข้าแรงหน่อยให้มันกลับเข้าไปที่เดิม พลางค่อยถอยออกจากวงเพราะกลัวจะมีคนได้ยิน

“คนแก่มักจะชอบคิดถึงเรื่องเก่าๆ” นายอ้วนคนเลวทักขึ้นมา เขายิ้มเป็นพิธีแล้วขยับเข้ามาใกล้ “เวรจริงๆ ตอนที่มารับก็ร้องตอนนี้ยังจะร้องอีกเรอะ”

“ไม่ได้ร้องเว้ย!” ผมบอกปัด ใครมันจะร้องทุกครั้งที่มาวะ ไม่ใช่เด็กอนุบาลโดนส่งเข้าโรงเรียนครั้งแรกนะ “นายไม่เห็นเหมือนอย่างฉัน นายไม่เข้าใจหรอก ตอนนั้นมันแบบนี้เลย…”

นายอ้วนทำหน้าเหยเกซึ่งกวนประสาทเท้ามาก “วุ้ย เพื่อนนายคนนั้นมันตายไปแล้วเหรอวะ หรือมันไม่กลับมา? เสี่ยวอู๋ถึงได้โยเยแบบนี้?”

“โยเยพ่อง!” ผมด่า “แล้วก็ไม่ได้ร้องเว้ย!”

“อะไร จะบอกว่าเป็นหวัดเหรอ?” พอผมด่าสวนไปว่า ไอ้เวร เขาก็หัวเราะ “ถอยมาซะไกล คิดว่าจะไม่ได้ยินหรือไง?”

ฉินอี้เหิงขยับถอยมาด้วยอีกคน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไอ้อ้วนกลมข้างตัวผมมันตัวสั่นกึกๆ ท่าทางจะกลั้นขำอยู่ ผมตอบปัดไปว่าไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้นเขาก็ทำท่าประหลาดใจ บอกว่าผิดปกติที่ผมแยกตัวออกมา

Continue reading