[Daomu fanfiction] The Traveller – 1

Pairing : 瓶邪
Warning : ประหนึ่ง AU อีกครั้ง แต่มีความแฟนตาซีค่อนข้างมาก (อะไรนะ? เรื่องก่อนก็แฟนตาซีเหรอ… เราว่าอันนี้แฟนตาซีกว่านะเชื่อเรา!)

超人不能流眼淚 – Superman can’t cry
_________________________________

มืด..

นี่อาจจะเป็นความฝัน…

ลองกะพริบตาดู ได้ความรู้สึกเปลือกตาขยับอย่างลำบาก หันซ้ายขวาก็ยังคงมืด ต้นคอปวดร้าวจากการนั่งหลับคอพับ หากลองเงยหน้ามองลอดช่องว่างข้างจมูกยังพอมองเห็นแสง มือสองข้างถูกมัดติดอยู่กับบางอย่าง… ลองขยับมือจับสัมผัสเย็นๆ น่าจะเป็นเก้าอี้ สถานการณ์แบบนี้เหมือนในละครที่เคยดู… หรือผมจะโดนลักพาตัว?!

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -1-

The Iron Triangle
_______________________________

ถนนสายเล็กแทบจะกลายเป็นถนนคนเดิน ผู้คนพลุกพล่านทำให้รถส่วนบุคคลส่วนใหญ่เลี่ยงการจราจรในถนนสายนี้ ทำให้ร้านรวงตั้งขายของกินริมทางเกยมาถึงระยะถนน สองข้างเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่แทบจะทั้งแถบ บรรยากาศดูเหมือนจะเงียบก็ไม่ใช่ เอะอะก็ไม่เชิง ฝั่งของกินเสียงคุยก็ดังหน่อย ฝั่งร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มีแต่เสียงจากจอทีวี ไร้ผู้คนมายืนจอแจด้านนอก มีแต่คนผลุบหายเข้าไปในร้านเป็นระยะเท่านั้น ดูเหมือนว่าเกมส์ออนไลน์กำลังฮิตมากจริงอย่างที่นายอ้วนว่า

หากถามว่าวันนี้พวกเรามาทำอะไร คงตอบได้ว่า ´ทีแรก´ ตั้งใจจะมาซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไปยืนฟังคนขายพล่ามคุณสมบัติที่ผมฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอยู่เกือบชั่วโมง รู้แบบนี้ควรให้เพื่อนผมสมัยเรียนคณะเดียวกันมาช่วยซื้อให้น่าจะง่ายกว่า แล้วยิ่งพอบอกว่าจะซื้อไปใช้เล่นเกมส์ พนักงานขายก็เชียร์รุ่นที่สูงขึ้นไปอีก แพงเข้าไปกันใหญ่ ทั้งยังการเล่นเกมส์สมัยนี้ใช้วิธีเข้าสู่ระบบด้วยการเสียบการ์ด ไม่ใช่วิธีการพิมพ์เอาอย่างเมื่อก่อนแล้ว ทำให้ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม … และผมคิดว่านี่มันออกจะมากไปหน่อยสำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์สามเครื่องรวดในทีเดียวเพื่อการเล่นเกมส์ที่ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรสักนิด

ผมเดินนำออกจากร้านโดยไม่สนใจสายตาก่นด่าของพนักงานขายที่พูดพล่ามให้ผมฟังเป็นนานสองนาน พอออกมาได้กลิ่นของกินสองข้างทางก็แวะสุ่มเอาสักร้าน ตรงข้ามร้านข้าวเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีทีวีจอใหญ่เบิ้มอยู่ด้านหน้า ดูเหมือว่ากำลังจะมีแข่งเกมส์อะไรบางอย่าง เสียงจากเครื่องเสียงดังขึ้นกว่าปกติ เรียกฝูงชนทั้งจากในร้านและที่นั่งกินข้าวกันอยู่มาออกันหน้าร้าน เงยหน้ามองจอทีวีขนาดยักษ์ที่กำลังถ่ายทอดสดกันอย่างตั้งอกตั้งใจ นายอ้วนได้ยินคนในร้านพูดกันยิ่งสนใจ หยิบของกินใส่ปากแล้ววิ่งไปร่วมวงด้วยเฉย ทิ้งให้ผมอยู่กับกับข้าวแทบล้นโต๊ะและเมินโหยวผิงที่นั่งเคี้ยวเงียบๆ

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -11-

我的世界的中心 – The center of my world
_________________________________

จะเรียกว่าเป็นกรรมที่ทำตัวเองล้วนๆ อาจจะเป็นวลีจำกัดความที่ดีแล้วในสภาพตอนนี้

อวี๋อินตัวติดกับผมมากกว่าเดิม คอยกันท่าเมินโหยวผิงทุกทาง แม้ว่าปกติเมินโหยวผิงไม่มีท่าทีแสดงออกอะไรเลยก็ตาม ผมเข้าใจในความระแวงของอวี๋อินพอๆ กับการข่มใจอดทนรับความน่ารำคาญนี้ไว้ ผมผิดเองที่ไม่ระวัง และผมคงจะรู้สึกแย่กว่านี้หากมันมีอะไรเกิดต่อจากตอนนั้นจริง ถ้าไม่มีเสียงของอวี๋อินแทรกขึ้นมา เรื่องราวจะดำเนินไปทางไหนก็ยากจะคาดเดา ยากจะจินตนาการถึง

ผมที่นั่งหากรวยสวยๆ มาเซ่นไหว้กลับโดนนายอ้วนเอาข้อมูลม้วนหนาโบกศีรษะเป็นการให้รางวัลด้วยความรักแทบหน้าหงาย ลากทุกคนออกมาซื้อของหาอะไรอย่างอื่นทำสงบสติอารมณ์บ้าง

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -10-

宿命 – Destiny
_________________________________

ผมมักจะเห็นอะไรแถวหางตาอยู่บ่อยๆ เช่น มีคนยืนอยู่นอกหน้าต่างหรือเป็นมือกวักเรียก พอเดินไปดูก็ไม่เจอใคร บางทีได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่น แต่ในบริเวณนั้นไม่มีเด็กอยู่เลยสักคน ช่วงแรกผมไม่ติดใจสงสัย กระทั่งมันเริ่มพัฒนาจากแค่มองเห็นเป็นสัมผัสได้ ซึ่งก่อความน่ารำคาญอย่างมาก หลายครั้งที่นั่งอยู่ขอบหน้าต่างก็ถูกดึงปลายเสื้อจากทางด้านหลังโดยไม่มีสาเหตุ ดีที่ไม่ถึงขั้นหงายล้ม ระดับยังคงที่อยู่ที่ความรำคาญ นายอ้วนออกความเห็นว่าผมคงได้เปิดมิติโลกใหม่เข้าให้แล้ว …..ไร้สาระทั้งหมดทั้งมวล หากเจ้าพวกนี้มันเอาปืนยิงได้ คงไม่ต้องทนหน่ายใจนัก และนี่คงเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถออกจากบริเวณบ้านได้ ตอนกลางวันบางทียังแยกแยะไม่ค่อยออก ตอนกลางคืนก็อาจจะไม่รอดหากอยู่ข้างนอก อย่างที่บอกว่าผมโชคดีที่ร้านอาสามไม่ค่อยมีคน เพราะฉะนั้นหากเห็นคนมาป้วนเปี้ยนก็ฟันธงได้เลยว่าเป็นเพื่อนเกลอแน่นอน

อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดความเปลี่ยนแปลงคงเป็นอวี๋อินที่ทำตัวติดกับผมชอบกล ติดในระดับที่เรียกได้ว่าต้องมีไส้สักขดที่พันกันอยู่ ดำรงตำแหน่งเคียงข้างทุกพื้นที่นั่ง เดินๆ ตามกันมาสักพักก็เข้ามาโหนกอดคอทั้งที่ตัวอวี๋อินในร่างกายผมค่อนข้างหนัก ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเกิดอาการโหยหาน้องชายในระดับความนัวเนียที่เท่าเทียมกัน ผมเป็นเสมือนที่ระบายอารมณ์ของอวี๋อิน ยังดีที่มีเมินโหยวผิงคอยจับแยกบ้าง

Continue reading

[Daomu fanfiction] Parallel line

不再是朋友
No longer just a friend

____________________________________

ทุกสิ่งที่มี ไม่สามารถรั้งนายเอาไว้ได้…

ไม่เคยให้ความหวัง เฉกเช่นไม่เคยได้รับความหวัง…

เพราะแบบนั้น ฉันจึงเจ็บปวด…

  Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -9-

隐形 – Stealth
[張起靈*吳邪]
_________________________________

กระทั่งช่วงสถานการณ์แบบนี้ ร้านของอาสามยังคงเปิดทำการตามปกติ แน่นอนว่าเปิดกับปิดต่างกันที่เปิดประตูหรือปิดประตูเท่านั้น ยังไงก็ไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว วันนี้ไม่มีลมพัดสักแอะพาให้รู้สึกอึดอัดทั้งกายใจ แสงแดดยังคงแผดแสงสีส้มลงบนพื้นถนน พวกเรานั่งอยู่โต๊ะกลางร้านเงียบเชียบ ตกลงกันอย่างไม่ได้นัดหมายว่าจะเอาสัมภาระกองไว้แถวๆ นี้ก่อนอย่างไม่ใส่ใจ

เราคงจะเงียบกันไปอีกนานหากนายอ้วนไม่เปิดประเด็น “จะเงียบให้มันได้อะไรขึ้นมา? เงียบไปเพื่อนนายก็ไม่ฟื้นคืนชีพหรอก! … เออ หรืออาจจะฟื้นมาแล้ว?”

ผมตบหน้าผาก ผิดเองที่คาดหวังความมีสาระจากผู้ชายคนนี้ “นั่นสินะ… พอเถอะ หมดชั่วโมงแผ่เมตตาแล้ว อาอินเล่าที่นายรู้มา คายออกมาให้หมดล่ะ”

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -8-

只要你站在身边 – As long as you stand by my side
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ชายหนุ่มหน้าละอ่อนกำลังง่วนกับซุปในหม้อที่เดือดปุดส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ดวงตาภายใต้กรอบแว่นดูอารมณ์ดี มือเรียวจัดเตรียมมื้อเช้าไม่หยุดโดยมีเสียงทีวีเป็นผู้ประกาศข่าวภาคเช้าดังเป็นเพื่อน อวี๋อินผู้ตื่นแต่เช้ายืนดักผมอยู่ข้างห้อง เขาพูดว่าขอซื้อเวลาต่ออีกนิด เพราะทำใจที่ไปโดยไม่บอกใครไม่ได้ พ่อใหญ่และพ่อรองต่างรู้และเข้าใจเรื่องดวงตาไม่เที่ยงนี้ ต่อให้รู้ว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถช่วยแก้ไขอะไรได้ แต่ทั้งสองก็ต้องเป็นห่วงอยู่แน่ๆ ผมพยักหน้ารับรู้และไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่คอสะบั้นตอนนี้ เรายังมีเวลาอยู่นิดหน่อย พวกเราตื่นเช้าก็จริงแต่ยังไม่ทันอวี๋ถงที่ไม่แน่ใจว่าลงมาทำมื้อเช้าตั้งแต่กี่โมง

“มีอะไรกัน?” พ่อรองเปิดประตูมาเจอผมและอวี๋อินปรึกษากันร้องถาม ท่าทีง่วงงุนและไม่สบอารมณ์เพราะต้องตื่นเช้าแสดงอาการออกชัดเจน

Continue reading