[QZGS fanfiction] : 恨你 恨你 (恨你 每当我想起你)

Hate you, Hate you (Hate you whenever I think of you)
Pairing : YeLan
Rate : PG
_____________________________

ดวงตาเหม่อมองหน้าจอไม่โฟกัสไปยังที่ใดที่หนึ่ง ตัวละครด้านในขยับเดินไปข้างหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อย คนนอกจอถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจะนับ ไม่อาจจะหาสาเหตุได้ด้วยว่าทำไมจึงได้เบื่อหน่ายเช่นนี้ ทั้งๆ ที่การเก็บเลเวลกระทั่งคนในปาร์ตี้อยู่กันอย่างสงบสุขแบบนานทีปีหน ไม่มีเรื่องให้ชวนปวดหัว สายตามักจะเหลือบมองช่องสนทนาส่วนตัวเสียเรื่อย ช่องกิลด์แชเนลมีข้อความไหลขึ้นไปเรื่อยกวาดตามองดูอย่างเฉยเมย

 

ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้วว่าทำไม…

 

ใครจะไปรู้ว่าคนที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้พูดคุยด้วยผ่านช่องแชทในเกม

ใครจะไปรู้ว่าคนที่เคยคิดว่าไม่เคยเอื้อมถึงกลับใกล้เสียจนแทบไม่มีช่องว่าง

ใครจะไปรู้ว่าคนที่เคยคิดว่าอยู่สูงลิบลิ่วนั้นจะแพรวพราวด้วยคำพูดมากมายที่เขารับมือไม่ได้

 

มองตัวเลขบอกเวลาที่มุมหน้าจอ ถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง เลยเวลามื้อเย็นไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว แม้จะไม่หิวแต่คงถึงเวลาออกจากเกมเสียที เขากวาดตาอ่านช่องแชทในกิลด์แชเนลอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นอะไรสำคัญจึงเลื่อนเมาส์ไปที่รูปเฟือง เห็นคำว่า Log out อยู่บรรทัดล่างสุด

Continue reading

Advertisements

[Daomu fanfiction] The Traveller – 16 *完*

喜劇收場 – Happy Ending
_________________________________

เราสามคนกลับมาอยู่บ้าน วันๆ ไม่ทำอะไร หลังจากกลับมาผมหลับยาวไปสองวันเต็มด้วยความอ่อนเพลีย ตื่นมาพบว่านายอ้วนจัดแจงซื้อวัตถุดิบสำหรับมื้อใหญ่ ผมคิดถึงอาหารฝีมือนายอ้วนเป็นอย่างมาก แค่ได้ยินท้องก็ร้องเสียงดังแล้ว เย็นวันนั้นเรากินกันอิ่มหนำจนแทบลุกไม่ขึ้น ปิดท้ายด้วยเหล้ากินกันเมานอนเกลื่อนพื้นบ้าน หลังจากนั้นมาได้สามวันเป็นการอยู่บ้านเฉยๆ นั่งเล่นมือถือดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยให้หมดวัน

วันนี้นายอ้วนไม่อยู่บ้าน เขาบอกผมว่ามีธุระจะเข้าเมือง ผมขี้เกียจเลยปล่อยเขาไปกับเมินโหยวผิง ปรากฏว่าเมินโหยวผิงไม่ไปด้วย นั่งเงียบๆอยู่กับผมทั้งวัน ไม่ทำอะไรยิ่งกว่าผมเสียอีก ผมยังพอหาเรื่องขึ้นไปเก็บของหรือนั่งเขียนบันทึกบ้าง ช่วงขณะที่เขียนบันทึกนี่เอง อยากดูหน้าตาของแผ่นผ้าไหมและแผ่นลอกลาย จึงขึ้นไปหามาดูประกอบการบันทึก พบว่ามันไม่อยู่แล้ว…

ภาพของนายอ้วนตอนออกนอกบ้านเมื่อเช้านั้นฉายซ้ำเข้ามาในสมอง เขาสะพายกระเป๋าอันเดียวกับที่ใช้ลงกรวย… เท่ากับว่าจะเอาไปขายใช่ไหม.. เอาไปขายมันก็ดีเพราะไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม แต่การเอาไปขายไม่เท่ากับเปิดตัวตนว่าเรายังทำอาชีพนี้อยู่ หากมีคนตามหาตัวจ้างลงกรวยจะว่าอย่างไร หากคิดในแง่ดีหน่อย แถวนี้คนรู้จักหน้าค่าตาไม่เท่าแถวร้านอาสาม ขายไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่าไปคีบมาเองกับมือ ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นยังเหนือธรรมชาติจนไม่น่าห่วงว่าจะมีใครเชื่อ ต่อให้นายอ้วนฝอยทั้งวันทั้งคืน อย่างมากทุกคนคงแค่สนุกไปด้วยแต่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 15

有多少懷念 被你留下 – How many memories you left behind
_________________________________

ไม่รู้ว่าเราวิ่งกันมานานแค่ไหน เลี้ยวไปแล้วไม่รู้กี่เลี้ยวก็ยังไม่เห็นทางออกที่เมินโหยวผิงบอก เขาหันมาผมแว่บหนึ่งก่อนจะบอกให้พวกเราวิ่งกันต่อไปเรื่อยๆ เขาชะลอความเร็วลงจนรั้งท้าย หันตวัดวาดเท้ากระแทกคบไฟทะลุกะโหลกชุ่มด้วยเลือดพุ่งกระเด็นหายไปพร้อมกับส่วนหัว

“เปิดไฟฉาย” เมินโหยวผิงร้องบอกทุกคน

ผมจับข้างเอวตัวเองอัตโนมัติ หยิบไฟฉายขึ้นมาส่องทางวิ่งเลี้ยวเคี้ยวคด “ไหนทางออก?”

“พอแล้ว” เมินโหยวผิงรั้งตัวฉินอี้เหิงพูดต่อ “อุโมงค์ที่นี่วกวน ถ้ามีตัวอื่นก็ยังตามมาไม่ถึง” เมื่อพวกเราหยุดจึงพบว่าแผ่นหลังชุ่มเหงื่อไปหมด

“นั่นมันตัวอะไร แล้วเลือดที่มือคืออะไร?” ฉินอี้เหิงผู้ซึ่งไม่เคยเห็นผีดิบเต็มตาและไม่เคยพบพานด้วงศพมากกว่าถามสีหน้าตาตื่น

“แมลงคือด้วงศพ มันกัดเข้าทะลุร่างหายเข้าไปกัดกินในตัวนายได้ ส่วนเลือดนั่นยากันแมลง” นายอ้วนอธิบายง่ายๆ ซ้ำยังยืดตัวอย่างภาคภูมิใจราวกับเป็นผลิตผลจากตัวเขาเองก็ไม่ปาน “ส่วนไอ้ตัวหนืดๆ ที่เดินได้นั่นผีดิบ สภาพเละๆ แบบนั้นเราเรียกกันว่า บ๊ะจ่าง ไอ้ตัวพวกนี้มีพิษ แค่สัมผัสโดนตัวก็ตายได้แล้ว”

“ผีดิบพวกนี้เราจะใช้กีบลาดำจัดการ แต่เราไม่ได้เตรียมมา” ผมว่าต่อ “ที่เหนือกว่าคือ เรากลับมาแล้ว!” ผมส่องไฟฉายไปมาอย่างร่าเริง

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 13

拼不出的解答 – Puzzle Solution
_________________________________

เนื่องจากเป็นการเดินเท้ามายังทิศเดิมเราจึงทำเวลาได้ค่อนข้างดี ไม่ทันไรก็ถึงจุดที่เคยเจอกับชนกลุ่มน้อย ร่องรอยสีแดงเข้มเกือบดำที่พื้นเป็นหลักฐานยืนยันว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้อง เราเดินเบี่ยงออกมาเล็กน้อยให้เหล่าพุ่มไม้ช่วยพรางตา เหตุการณ์นี้ยังผ่านไปไม่นาน อาจจะยังมีคนมาเดินตรวจตราเก็บตกอยู่ก็เป็นได้

ตลอดทางผมโดนนายอ้วนแซวไม่หยุดเรื่องที่จางฉี่หลิงร่ำลาผมด้วยวิธีแปลกประหลาด ต่อให้ผมบอกว่าเขาแค่อยากลองใช้วัฒนธรรมต่างเมืองก็ไม่เชื่อ ยังคงมองด้วยสายตาส่งความหมายมาตลอดทาง ฉินอี้เหิงได้แต่ยิ้มทำตัวเป็นกลาง โชคดีที่เราไม่สนิทพอจะเล่นหัวกันได้ ไม่อย่างนั้นผมคิดว่าคงไม่มีใครอยู่ฝั่งเดียวกับผมเลยสักคน

เราพักกันไม่กี่นาทีก็ออกเดินทางต่อ เดินอ้อมบ้างตรงบ้างแล้วแต่ขาจะพาเดิน เทียบกับแผนที่ที่จางฉี่หลิงให้มาเพื่อดูทิศทาง ลายเส้นของเขาสะอาดสะอ้าน วาดเข้าใจง่ายทั้งสัดส่วนยังถูกต้อง มีเครื่องหมายแนะนำจุดที่เราควรจะแวะพักเอาไว้ด้วย กะเพื่อเวลาแล้วเราพักกันจุดเว้นจุดเพื่อประหยัดเวลา จบหนึ่งวันเราได้พักในโพรงหิน ตอนกลางคืนไร้การก่อกองไฟไม่อยากประมาท อากาศเย็นลงจนต้องเอาเสื้อกันหนาวขึ้นมาใส่ทับอีกชั้น ห่อเสบียงที่นายอ้วนทำไว้ง่ายต่อการกิน ในความมืดไร้แสงไฟ หูคนเราจะไวผิดปกติ เพียงได้ยินเสียงใบไม้ขยับพวกเราก็ตื่นตัว กลัวเจอชนกลุ่มน้อยผ่านมาอีก ครั้งนี้หากสู้ก็ไม่รู้จะชนะหรือไม่ พวกเราวิตกจริตกันอยู่แบบนั้นจนหลับไป

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 12

追逐 – Chase
_________________________________

ผมตื่นมาตอนที่นายอ้วนกับจางฉี่หลิงเปิดประตูเข้ามาในบ้าน ลมหนาวเข้าปะทะตัวทำให้ผมลุกขึ้นนั่งมามองรอบตัว พบว่าเป็นคนเดียวที่ยังนอนอยู่ กะพริบตาสองสามทีประมวลผลว่าที่นี่ที่ไหน ทำไมนายอ้วนกับเมินโหยวผิงใส่ชุดโบราณได้ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าสติดีแล้วผมจึงลุกขึ้นไปบ้วนปากเอาน้ำลูบหน้าให้ตื่น เข้ามาจิบชาร้อนบนโต๊ะพักหนึ่งฉินอี้เหิงก็เดินเข้ามาในบ้านในสภาพตลกแปลกๆ เขาใส่ชุดเสื้อคอกลมของจางฉี่หลิงแต่คลุมทับด้วยเสื้อกันหนาวที่พวกเราใส่ตั้งแต่ตอนขึ้นเขา ในมือเปื้อนเลือดทำให้ผมผุดเข้าไปดูสภาพของเขา ฉินอี้เหิงยกมือห้าม บอกว่านี่ไม่ใช่เลือดเขา แต่เป็นเลือดของจิ้งจอกตัวหนึ่งที่นายอ้วนกับจางฉี่หลิงหามาได้ นายอ้วนบ่นอุบเรื่องนี้บ้านหลังนี้ไม่มีอุปกรณ์ทำอาหารอะไรเลย เจ้าของบ้านได้แต่หัวเราะตอบว่าปกติเขาไม่กินสามวันก็อยู่ได้ หากเดินทางก็หาเอาดาบหน้า

เนื่องจากวันนี้เราได้เนื้อกินตั้งแต่มื้อเช้า ผมพลันนึกถึงข้าวสวยร้อนๆ แต่เราไม่ควรคิดถึงสิ่งที่เราไม่มี ขนมปังก็พอจะแทนที่กันได้ เมื่อกินอิ่มนอนหลับแล้ว ได้เวลาแยกย้ายกันทำหน้าที่ ผมกับฉินอี้เหิงลงมือหาสมุดบันทึกซึ่งค่อนข้างกินเวลาเป็นอย่างมาก เล่มหนึ่งมีอะไรจดไว้หมายอย่างตามแต่ละสถานที่ที่ไป บางเล่มก็มีรวมกันสองที่ ผมกราดสายตาหาอย่างอดทน ฉินอี้เหิงเองก็ทำความเร็ว แบ่งกันหากับผมคนละด้านของกำแพง ระหว่างนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดดูของในหีบ เป็นรูปปั้นสำริดบ้าง ไม้แกะสลักบ้าง แต่ละชิ้นเป็นของใหม่คุณภาพดี หากนำกลับไปขายคงราคาดีไม่น้อย โชคดีที่ผมไม่สนใจ เปิดดูสมุดไล่ต่อไป

การไล่ดูกินเวลามากกว่าที่คิด นายอ้วนกับจางฉี่หลิงเข้ามาช่วยหากินเวลาไปร่วมชั่วโมง พวกเรายุติการหา ตกลงกันว่าจะออกเดินทางก่อน กลับมาอย่างไรค่อยว่ากัน ผมตรวจดูของในเป้เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเห็นครบเรียบร้อยดีแล้วก็พร้อมเดินทาง

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 11

我的心还在悸动跳动 这裡没有你
– My heart is still throbbing even you’re not here
_________________________________

ชายตรงหน้าขมวดคิ้วมองผมอย่างไม่เข้าใจ ทั้งผมและเขาต่างมองกันเรียกได้ว่าหัวจรดเท้าเท้าจรดหัว เสี่ยวเกอตรงหน้าผมแต่งตัวย้อนยุคเสมือนคอสเพลย์อยู่ แต่งเป็นขุนนางข้าราชสำนักหมิง มีลายปู่จึหรือลายปักสัตว์มงคลอยู่บริเวณหน้าอก บ่งบอกว่าเป็นขุนนางฝั่งบุ๋นระดับหนึ่ง รูปนกกระเรียนสีขาวฟ้าเลื่อมด้วยสีทองท่ามกลางหมู่เมฆสีสันฉูดฉาดหรูหรา ผ้าพื้นสีน้ำเงินเข้มมีเสื่อมสีเงินปักเป็นลายที่ผมยังไม่ได้ใส่ใจมองนัก

“เจ้าเป็นใคร ชาวต่างถิ่นหรือ ทำไมแต่งตัวชอบกล?”

ผมอ้าปากค้าง พูดมาได้ แล้วนายแต่งตัวไม่ประหลาดตรงไหน หรือจะไปแสดงงิ้วโดยที่ยังไม่ได้แต่งหน้า? หากแต่ไม่ใช่เวลาต่อปากต่อคำ มองเลยไปด้านหลังเห็นฉินอี้เหิงแง้มประตูหลังบ้าน นายอ้วนรอดูจังหวะจากการพูดคุยของผม

“เอ่อ.. เรื่องมันพูดยาก เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันกับเพื่อนกำลังหลงทาง อยากจะถามทาง.. แล้วอาจจะขอพักด้วยสักคืนได้ไหม? นอนหลังบ้านก็ได้ หน้าบ้านก็ได้” ผมพูดช้าอึกอักทำท่าทีเดือดร้อน เมินโหยวผิงตรงหน้ายังมองผมหัวจรดเท้าอย่างออกนอกหน้า ผมไม่สนใจลอบมองเห็นนายอ้วนแว่บออกประตูหลังได้แล้วจึงหันมารีบปิดการขาย “มีฉันกับเพื่อนอีกสองคนที่กำลังมา ฉันวิ่งมาก่อน”

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 10

我們之間的距離 – Distance between us
_________________________________

ผมยืนนิ่งช็อคอยู่อย่างนั้น ได้สติตอนได้ยินเสียงของนายอ้วนก่นด่าเรื่องที่ผมไม่ยอมช่วยดึงฉินอี้เหิงขึ้นมา มีเขาดึงอยู่คนเดียว แม้ฉินอี้เหิงจะไม่ได้อ้วน หากมีโครงสร้างใหญ่ น้ำหนักตัวมาก

“เสี่ยวอู๋แม่งไร้น้ำใจ ต่อไปใครจะคบ.. มารดามัน! ที่นี่ที่ไหน!!” นายอ้วนตะโกนลั่นพลางขยี้ตา “ไอ้ฉิบผาย คิดว่าไอ้กลไกเปลี่ยนห้องที่เคยเจอว่าล้ำแล้ว อันนี้แม่งถึงขั้นเปลี่ยนสถานที่!”

นายอ้วนวิ่งมั่วทิศไปที่หนึ่ง วิ่งไปได้เกือบกิโลก็วิ่งกลับมา

“ไม่มีผนัง! นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา!”

ผมก้มลงจับพื้นดิน มันเป็นดินจริงๆ เอามีดพกแทงพื้นตะกุยดูเจอแต่ดิน ยืนมองทิวทิศน์โดยรอบจะลงละม้ายคล้ายยอดเขาอยู่ แต่ไม่สูงเท่าฉางไป๋ซาน ใบไม้ร่มรื่นสีเขียวน้ำตาล นี่อาจจะกำลังเข้าฤดูหนาว เมื่อคืนสติได้หน่อยสัมผัสได้ว่าอากาศเย็นลงคนต้องเอาเสื้อในเป้ขึ้นมาใส่ พบว่าของในกระเป๋ามีน้อยผิดปกติ ซึ่งระหว่างทางนั้นผมแทบไม่ได้เอาอะไรออกจากเป้เลย กระทั่งไฟฉายที่พกไว้ที่เอวก็ไม่มี หากทำตกต้องได้ยินเสียง แต่มันไม่ใช่แค่ไฟฉาย แท่งไฟเรืองแสง ปืนสำรองในเป้ก็ไม่มี นี่ผิดปกติเป็นอย่างมาก

Continue reading