[QZGS fanfiction]: 拼湊的斷音

Patchwork Staccato
Pairing: YeWang
Rate : PG
_____________________________

บรรยากาศคึกคักก็คนร่วมทีมไม่ใช่ว่าไม่ชินตา แต่ภาพที่เคยเห็นคือทุกคนคึกคักอยู่ในโลกออนไลน์หรืออยู่ในสนามแข่ง เมื่อมองไปยังบรรดาชายฉกรรจ์ที่วิ่งเล่นกันกระจายตัวไปทั่ว บ้างก็หยิบมือถือขึ้นถ่ายรูป ทำท่าทางตลกๆ เถียงกันไปมาด้วยเรื่องไร้สาระบ้าง อย่างไรก็ดูเป็นภาพที่หาดูได้ยากและไม่ค่อยน่ามองสักเท่าไหร่

เด็กหนุ่มยืนเยื้องหลังก็เขาไปมองเพื่อนๆ ในทีมสำรองกวักมือเรียกพลางเหลือบตามองกัปตันทีมที่ยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นก่อนตัดสินใจเข้าแตะแขนอีกฝ่าย รอยยิ้มจางนั้นส่งมาที่เขาพร้อมมือใหญ่ที่วางบนศีรษะแผ่วเบา

“ไปเล่นได้แล้วเกาอิงเจี๋ย” กัปตันทีมพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เกาอิงเจี๋ยความรู้สึกไว ตั้งแต่ประกาศให้แยกย้ายกันได้ เจ้าเด็กนี่ก็เหลือบมองเขาตลอด

“แล้วกัปตันจะไปไหนครับ?” เกาอิงเจี๋ยมองแววตาเจือความเศร้าของคนหน้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็น มันไม่อาจนับครั้งได้ ทุกครั้งที่ทีมออกเดินทาง ทุกครั้งที่ไม่ได้ทำการฝึกซ้อม หรือทุกครั้งที่ได้บังเอิญเจอก่อนนอน ด้วยความที่เป็นคนที่เขาเคารพมาก แม้อยากยื่นมือช่วยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม

แววตาแบบนี้ เขาเห็นมันมาตั้งแต่ก้าวขาเข้าเวยเฉ่าเลยนี่นา…

Continue reading

Advertisements

[QZGS fanfiction] : 當雨停下

When the rain stops
Pairing: YeHuang

_____________________________

ช่วงนี้อากาศไม่ดีเอาเสียเลย…

ทั้งมรสุมเข้า ฝนตก ลมกรรโชกแรง แย่กว่านั้นคือไฟดับ!!

สิ่งมีชีวิตที่หายใจอยู่ในกลอรี่อย่างเขาจะอยู่ได้ยังไงกันเล่า!!

“โอ๊ย! ฉันไม่ไหวแล้วนะ! ไฟมันจะติดๆ ดับๆ แบบนั้นตลอดสองวันเลยหรือไง! ไฟสำรองก็ไม่ได้มีไว้สำหรับกลอรี่ ทำไมนะ ทำไม UPS* มันต้องอยู่ได้ไม่ถึงวันนึงด้วยเนี่ย! เราจะมีทางอื่นที่พัฒนากระแสไฟฟ้า หรือไม่ก็หาเจเนเรเตอร์มาปั่นไฟใช้เอง แบบนั้นก็เปลืองน้ำมันสินะ? สโมสรเรารวยไหม โอ๊ย! ถ้าไม่เล่นกลอรี่แล้วจะทำอะไร!”

คนที่ฟังอย่างจับใจความ ทั่วทั้งสโมสรอาจจะมีแค่คนเดียวคือกัปตัน

“หาอย่างอื่นทำไปก่อนสิ หวงเส้าเทียน” เสียงนิ่งเรียบนั้นไม่ได้ช่วงให้หวงเส้าเทียนรู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือแม้แต่น้อย “ไม่ก็พักอยู่ที่ห้องของตัวเอง”

“พักที่ห้องเฉยๆ มีหวังฉันเหี่ยวตายพอดี รู้ไหมว่ามันไม่ง่ายเลยนะกับการนั่งเฉยๆ ซึ่งฉันนั่งเฉยๆ มาสองวันแล้วไม่นับวันนี้ สอง! วัน! เลยนะ! โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ใช่ช่วงแข่ง แต่ก็นั่นแหละ ฉันเหี่ยวแห้งตายใน QQ ที่โคตรจะเงียบ ใครที่ไหนจะว่างงานเหมือนหลานอวี่ตอนนี้กัน ฉันจะตายอยู่แล้ว! อ้าว! กัปตัน จะไปไหน?”

“ไปออกกำลังกาย” อวี้เหวินโจวตอบเสียงเรียบ มองนาฬิกาข้อมืออย่างใช้ความคิด ดูท่าว่าเขาต้องปรับการใช้ชีวิตช่วงนี้เสียหน่อยแล้ว

Continue reading

[QZGS fanfiction] : 每天

Everyday
Pairing: YeGuo
Rate : PG
_____________________________

ชีวิตประจำวันของเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่แห่งหนึ่งในเมือง H นั้นเหมือนเดิมทุกวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้ามาดูความเป็นไปของกะดึก สั่งอาหารมาให้ตัวเองและเด็กเฝ้าร้านกะเช้า อยู่ยาวเล่นเกมบ้างเดินดูร้านรอบๆ บ้างจนถึงเย็น หากวันไหนมีถ่ายทอดสดคนก็มากหน่อย ต้องอยู่คุมเคาน์เตอร์คิดเงินพวกเครื่องดื่มและขนมช่วยคนที่เฝ้ากะนั้นๆ เข้าเล่นเกมจนดึก เสร็จแล้วก็นอน เป็นอย่างนี้วนไปจนกระทั่งชายคนหนึ่งปรากฏตัว

ชายคนนั้นสมัครเป็นพนักงานที่ร้าน อยู่โยงกะดึก ขออยู่กินที่ร้านดูไร้ที่ไป แรกเริ่มก็ไม่คิดว่าชีวิตประจำวันของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้

พนักงานกะดึกยังคงรับเพิ่มเหมือนเดิม คนที่เคยเป็นกลับโดนแต่งตั้งให้เป็นหัวเรือใหญ่ในการก่อตั้งสโมสร หน้าที่ที่เคยอยู่เฝ้าร้านกลับได้ห้องพิเศษ มีเพียงห้องนอนที่ยังอยู่อยู่ในห้องเก็บของเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเจ้าตัวติดใจอะไรนัก

ชีวิตประจำวันของเธอ ตื่นมาเข้าห้องพิเศษก่อนลงไปที่ร้าน ดูเพื่อนสนิทและชายเคยแปลกหน้านั่งเล่นเกมและเรียนรู้การบริหารกิลด์รวมถึงสิ่งที่ต้องคำนึงในการจัดตั้งสโมสร จากนั้นลงด้านล่างเพื่อดูแลความเป็นไปของร้านและตรวจบัญชีของกะดึกที่ผ่านมา กินข้าว ขึ้นชั้นสองไปยังห้องพิเศษ ขลุกอยู่ในนั้นทั้งวัน มีลงไปชั้นล่างเป็นครั้งคราวเพื่อดูแลพนักงานและลูกค้า ก่อนจะขึ้นมาหมกตัวอยู่ในห้องพิเศษอีกครั้ง

เธอไม่รู้สึกแปลกประหลาดทั้งยังเคยชินกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ดีมากถึงมากที่สุด อย่างไรเสียทุกอย่างก็มาจากการตัดสินใจของเธอล้วนๆ แม้จะพูดได้ไม่เต็มปากว่ามีใครบางคนคอยชักจูงอยู่เบื้องหลังหรือไม่

Continue reading

[QZGS fanfiction] : 恨你 恨你 (恨你 每当我想起你)

Hate you, Hate you (Hate you whenever I think of you)
Pairing : YeLan
Rate : PG
_____________________________

ดวงตาเหม่อมองหน้าจอไม่โฟกัสไปยังที่ใดที่หนึ่ง ตัวละครด้านในขยับเดินไปข้างหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อย คนนอกจอถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจะนับ ไม่อาจจะหาสาเหตุได้ด้วยว่าทำไมจึงได้เบื่อหน่ายเช่นนี้ ทั้งๆ ที่การเก็บเลเวลกระทั่งคนในปาร์ตี้อยู่กันอย่างสงบสุขแบบนานทีปีหน ไม่มีเรื่องให้ชวนปวดหัว สายตามักจะเหลือบมองช่องสนทนาส่วนตัวเสียเรื่อย ช่องกิลด์แชเนลมีข้อความไหลขึ้นไปเรื่อยกวาดตามองดูอย่างเฉยเมย

 

ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้วว่าทำไม…

 

ใครจะไปรู้ว่าคนที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้พูดคุยด้วยผ่านช่องแชทในเกม

ใครจะไปรู้ว่าคนที่เคยคิดว่าไม่เคยเอื้อมถึงกลับใกล้เสียจนแทบไม่มีช่องว่าง

ใครจะไปรู้ว่าคนที่เคยคิดว่าอยู่สูงลิบลิ่วนั้นจะแพรวพราวด้วยคำพูดมากมายที่เขารับมือไม่ได้

 

มองตัวเลขบอกเวลาที่มุมหน้าจอ ถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง เลยเวลามื้อเย็นไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว แม้จะไม่หิวแต่คงถึงเวลาออกจากเกมเสียที เขากวาดตาอ่านช่องแชทในกิลด์แชเนลอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นอะไรสำคัญจึงเลื่อนเมาส์ไปที่รูปเฟือง เห็นคำว่า Log out อยู่บรรทัดล่างสุด

Continue reading

[DMBJ fanfiction] The Traveller – 16 *完*

喜劇收場 – Happy Ending
_________________________________

เราสามคนกลับมาอยู่บ้าน วันๆ ไม่ทำอะไร หลังจากกลับมาผมหลับยาวไปสองวันเต็มด้วยความอ่อนเพลีย ตื่นมาพบว่านายอ้วนจัดแจงซื้อวัตถุดิบสำหรับมื้อใหญ่ ผมคิดถึงอาหารฝีมือนายอ้วนเป็นอย่างมาก แค่ได้ยินท้องก็ร้องเสียงดังแล้ว เย็นวันนั้นเรากินกันอิ่มหนำจนแทบลุกไม่ขึ้น ปิดท้ายด้วยเหล้ากินกันเมานอนเกลื่อนพื้นบ้าน หลังจากนั้นมาได้สามวันเป็นการอยู่บ้านเฉยๆ นั่งเล่นมือถือดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยให้หมดวัน

วันนี้นายอ้วนไม่อยู่บ้าน เขาบอกผมว่ามีธุระจะเข้าเมือง ผมขี้เกียจเลยปล่อยเขาไปกับเมินโหยวผิง ปรากฏว่าเมินโหยวผิงไม่ไปด้วย นั่งเงียบๆอยู่กับผมทั้งวัน ไม่ทำอะไรยิ่งกว่าผมเสียอีก ผมยังพอหาเรื่องขึ้นไปเก็บของหรือนั่งเขียนบันทึกบ้าง ช่วงขณะที่เขียนบันทึกนี่เอง อยากดูหน้าตาของแผ่นผ้าไหมและแผ่นลอกลาย จึงขึ้นไปหามาดูประกอบการบันทึก พบว่ามันไม่อยู่แล้ว…

ภาพของนายอ้วนตอนออกนอกบ้านเมื่อเช้านั้นฉายซ้ำเข้ามาในสมอง เขาสะพายกระเป๋าอันเดียวกับที่ใช้ลงกรวย… เท่ากับว่าจะเอาไปขายใช่ไหม.. เอาไปขายมันก็ดีเพราะไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม แต่การเอาไปขายไม่เท่ากับเปิดตัวตนว่าเรายังทำอาชีพนี้อยู่ หากมีคนตามหาตัวจ้างลงกรวยจะว่าอย่างไร หากคิดในแง่ดีหน่อย แถวนี้คนรู้จักหน้าค่าตาไม่เท่าแถวร้านอาสาม ขายไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่าไปคีบมาเองกับมือ ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นยังเหนือธรรมชาติจนไม่น่าห่วงว่าจะมีใครเชื่อ ต่อให้นายอ้วนฝอยทั้งวันทั้งคืน อย่างมากทุกคนคงแค่สนุกไปด้วยแต่ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง

Continue reading

[DMBJ fanfiction] The Traveller – 15

有多少懷念 被你留下 – How many memories you left behind
_________________________________

ไม่รู้ว่าเราวิ่งกันมานานแค่ไหน เลี้ยวไปแล้วไม่รู้กี่เลี้ยวก็ยังไม่เห็นทางออกที่เมินโหยวผิงบอก เขาหันมาผมแว่บหนึ่งก่อนจะบอกให้พวกเราวิ่งกันต่อไปเรื่อยๆ เขาชะลอความเร็วลงจนรั้งท้าย หันตวัดวาดเท้ากระแทกคบไฟทะลุกะโหลกชุ่มด้วยเลือดพุ่งกระเด็นหายไปพร้อมกับส่วนหัว

“เปิดไฟฉาย” เมินโหยวผิงร้องบอกทุกคน

ผมจับข้างเอวตัวเองอัตโนมัติ หยิบไฟฉายขึ้นมาส่องทางวิ่งเลี้ยวเคี้ยวคด “ไหนทางออก?”

“พอแล้ว” เมินโหยวผิงรั้งตัวฉินอี้เหิงพูดต่อ “อุโมงค์ที่นี่วกวน ถ้ามีตัวอื่นก็ยังตามมาไม่ถึง” เมื่อพวกเราหยุดจึงพบว่าแผ่นหลังชุ่มเหงื่อไปหมด

“นั่นมันตัวอะไร แล้วเลือดที่มือคืออะไร?” ฉินอี้เหิงผู้ซึ่งไม่เคยเห็นผีดิบเต็มตาและไม่เคยพบพานด้วงศพมากกว่าถามสีหน้าตาตื่น

“แมลงคือด้วงศพ มันกัดเข้าทะลุร่างหายเข้าไปกัดกินในตัวนายได้ ส่วนเลือดนั่นยากันแมลง” นายอ้วนอธิบายง่ายๆ ซ้ำยังยืดตัวอย่างภาคภูมิใจราวกับเป็นผลิตผลจากตัวเขาเองก็ไม่ปาน “ส่วนไอ้ตัวหนืดๆ ที่เดินได้นั่นผีดิบ สภาพเละๆ แบบนั้นเราเรียกกันว่า บ๊ะจ่าง ไอ้ตัวพวกนี้มีพิษ แค่สัมผัสโดนตัวก็ตายได้แล้ว”

“ผีดิบพวกนี้เราจะใช้กีบลาดำจัดการ แต่เราไม่ได้เตรียมมา” ผมว่าต่อ “ที่เหนือกว่าคือ เรากลับมาแล้ว!” ผมส่องไฟฉายไปมาอย่างร่าเริง

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 14

感受風的溫差 – Difference temperature of the wind
_________________________________

พวกเรามองของในมือนายอ้วนสลับกับหน้าของเขาที่ยิ้มกระหยิ่มอย่างผู้มีชัย พอผมถามว่าไปเอามาได้ยังไง นายอ้วนหวังกลับตอบหน้าตาเฉยว่าหยิบมาตอนที่เจ้าของไม่เห็น

“ฉันว่าเขารู้” ผมหรี่ตามองนายอ้วน เขาทำท่าไม่เชื่อ “นายลองดู… เห็นไหมว่ามีนายคนเดียวที่ไม่ได้ของฝากเลย”

“ของฝาก?” ฉินอี้เหิงทวนคำทำหน้างง

“นายได้ผ้ายันต์ ฉันได้ผ้ามัดผมที่ข้อมือนี่ไง แต่เขาไม่ได้ให้อะไรนายอ้วน” ผมแนะให้เขาเห็นภาพ “แต่ถ้าไม่เรียกของฝากแล้วจะเรียกอะไร? ของที่ระลึก?”

“โอ… ฉันนึกว่าเขาให้แต่นายคนเดียวซะอีก” นายอ้วนทำหน้าตกใจปลอมๆ “หรือว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าเสี่ยอ้วน?”

“ถ้าเขาไม่ชอบ นายจะได้อยู่ในบ้านเรอะ” ผมถลึงตาใส่ “แล้วยังไปเอาของของคนอื่นมาอีก นายนี่มัน…”

“แต่มันก็ได้ใช้ใช่ไหม?” นายอ้วนแถกลับ “ถึงจะเอามาเพราะมันสวยดีก็เถอะ น่าจะขายได้”

“ไม่รู้ ต้องเอามาลองก่อน” ผมแบมือ

“เสี่ยอ้วนรู้ละ…” มือที่กำลังยื่นของมาให้ผมชะงัก หรี่ตามองผมอย่างมีนัยยะ “คุณชายจางแม่งต้องรู้แน่ๆ ว่าเทียนเจินจะต้องใช้สิ่งนี้ถึงได้ไม่ทวงถาม! คำนวณเอาไว้หมดแล้วสินะ… คุณชายจางร้ายกาจนัก!”

Continue reading