Pre-Order : The Traveller [Q&A]

เปิดพรีออเดอร์แล้วค่ะ (มามุขนี้ตลอด)
สำหรับรอบในงานและรอบไปรษณีย์ เปิดถึงวันที่ 20 ต.ค. นี้เท่านั้นค่ะ :)

เราว่ารอบนี้หลายคนมีคำถาม ขนาดที่เราเองก็ยังสงสัย (ฮา)

[Q&A]
Continue reading

Advertisements

[Daomu fanfiction] The Traveller – 3

雨过天晴 – Every cloud has a silver lining
_________________________________

ห้องสีขาวที่เต็มไปด้วยของตกแต่งที่เต็มไปด้วยสีขาวและสีเงิน กลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อทำให้ผมเดาได้แม้จะยังไม่ลืมตา หูได้ยินเสียงนายอ้วนพูดงึมงำเสียงเบา เมื่อปรือตาขึ้นมองไปด้านข้างเห็นเมินโหยวผิงนั่งกอดอกหลับตาอยู่ ฉับพลันนั้นก็ลืมตาแล้วเดินมายืนข้างๆ ราวกับติดเครื่องส่งสัญญาณไว้สักแห่งบนตัวของผม นายอ้วนลดเสียงพูดลงก่อนจะเดินตามมาอีกคน มองเพียงครู่เดียวก็เดินออกจากห้องไปและกลับเข้ามาพร้อมแพทย์เจ้าของไข้ ไล่สายตาตามมาเห็นสายน้ำเกลือ ปริมาณของมันดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มถุงใหม่

หมอไล่เช็คร่างกายตามสภาพ ก่อนแจ้งว่าหมดน้ำเกลือถุงนี้จึงสามารถกลับบ้านได้ ยิ้มให้กำลังใจหนึ่งทีแล้วจากไป นายอ้วนเดินมามองพร้อมถอนหายใจใส่ ผมอ้าปากแต่ยังไม่ทันจะพูด แก้วน้ำก็ถูกยื่นมาให้พร้อมหลอด เมินโหยวผิงใช้มืออีกข้างช่วยปรับเตียงจัดแจงท่านั่งให้เป็นอย่างดี ผมรับน้ำมาดื่มจนหมดแก้ว ในคอชุ่มชื้นพร้อมที่จะลับฝีปากแล้ว

แต่ก่อนอื่น ผมมีคำถาม “ฉินอี้เหิงล่ะ?”

“ใครวะ?”

Continue reading

[Daomu fanfiction] The Traveller – 2

超現實 – Surreal
_________________________________

ไอ้วันสองวันที่ว่านี่มันเมื่อไหร่กัน….

 

ผมนั่งอย่างเบื่อหน่ายกับสภาพการคุมขังที่เข้มงวดมากขึ้น เวรยามที่เคยมาเฝ้าบ้างไม่เฝ้าบ้างกลับมีมาทุกวัน วันหนึ่งผลัดเวรกันสองถึงสามรอบ แต่ละรอบอาจจะคนหนึ่งหรือสองคน จำนวนคนไม่มีผลอะไรกับเท่าไหร่นัก เพราะตราบใดที่มันยังนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้อง ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ไม่มีความกล้าพอที่จะวางเดิมพันย่องออกไปตอนมันหลับ ในสภาพนี้ต่อให้แก้มัดที่มือและขาได้ ผมก็สู้มันไม่ได้ โชคดีที่หัวหน้าหัวเน่าครั้งก่อนที่เล่นงานผมเสียหนักยังใจดีฝากยากินยาทามาให้ลูกน้องคอยทำแผลให้ ช่างบริการดีไม่มีที่ติ หากจะถามว่าทำไมไม่สงสัยว่ายาไว้ใจได้หรือไม่ ผมมีเหตุผลดีๆ อยู่ข้อสองข้อนะ

หนึ่ง หน้าตายาก็พาราเซตามอลเหมือนที่ผมเคยกินเป๊ะ

สอง ที่หลอดยาทาก็ตัวเดียวกับที่นายอ้วนซื้อติดบ้านไว้ให้ ผมเห็นมันจนชินตา

ถ้าเกิดจะลงทุนสอดไส้มา ปั๊มอัดเม็ดยากันมาล่ะก็… ผมก็ควรจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ต้องอยู่ให้ลำบากสังคมผู้ก่อการร้าย

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -1-

The Iron Triangle
_______________________________

ถนนสายเล็กแทบจะกลายเป็นถนนคนเดิน ผู้คนพลุกพล่านทำให้รถส่วนบุคคลส่วนใหญ่เลี่ยงการจราจรในถนนสายนี้ ทำให้ร้านรวงตั้งขายของกินริมทางเกยมาถึงระยะถนน สองข้างเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่แทบจะทั้งแถบ บรรยากาศดูเหมือนจะเงียบก็ไม่ใช่ เอะอะก็ไม่เชิง ฝั่งของกินเสียงคุยก็ดังหน่อย ฝั่งร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มีแต่เสียงจากจอทีวี ไร้ผู้คนมายืนจอแจด้านนอก มีแต่คนผลุบหายเข้าไปในร้านเป็นระยะเท่านั้น ดูเหมือนว่าเกมส์ออนไลน์กำลังฮิตมากจริงอย่างที่นายอ้วนว่า

หากถามว่าวันนี้พวกเรามาทำอะไร คงตอบได้ว่า ´ทีแรก´ ตั้งใจจะมาซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไปยืนฟังคนขายพล่ามคุณสมบัติที่ผมฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอยู่เกือบชั่วโมง รู้แบบนี้ควรให้เพื่อนผมสมัยเรียนคณะเดียวกันมาช่วยซื้อให้น่าจะง่ายกว่า แล้วยิ่งพอบอกว่าจะซื้อไปใช้เล่นเกมส์ พนักงานขายก็เชียร์รุ่นที่สูงขึ้นไปอีก แพงเข้าไปกันใหญ่ ทั้งยังการเล่นเกมส์สมัยนี้ใช้วิธีเข้าสู่ระบบด้วยการเสียบการ์ด ไม่ใช่วิธีการพิมพ์เอาอย่างเมื่อก่อนแล้ว ทำให้ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม … และผมคิดว่านี่มันออกจะมากไปหน่อยสำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์สามเครื่องรวดในทีเดียวเพื่อการเล่นเกมส์ที่ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรสักนิด

ผมเดินนำออกจากร้านโดยไม่สนใจสายตาก่นด่าของพนักงานขายที่พูดพล่ามให้ผมฟังเป็นนานสองนาน พอออกมาได้กลิ่นของกินสองข้างทางก็แวะสุ่มเอาสักร้าน ตรงข้ามร้านข้าวเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีทีวีจอใหญ่เบิ้มอยู่ด้านหน้า ดูเหมือว่ากำลังจะมีแข่งเกมส์อะไรบางอย่าง เสียงจากเครื่องเสียงดังขึ้นกว่าปกติ เรียกฝูงชนทั้งจากในร้านและที่นั่งกินข้าวกันอยู่มาออกันหน้าร้าน เงยหน้ามองจอทีวีขนาดยักษ์ที่กำลังถ่ายทอดสดกันอย่างตั้งอกตั้งใจ นายอ้วนได้ยินคนในร้านพูดกันยิ่งสนใจ หยิบของกินใส่ปากแล้ววิ่งไปร่วมวงด้วยเฉย ทิ้งให้ผมอยู่กับกับข้าวแทบล้นโต๊ะและเมินโหยวผิงที่นั่งเคี้ยวเงียบๆ

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -prologue-

The start button

_______________________________

เสียงเอฟเฟคผ่านลำโพงจิ๋วสองฝั่งของหน้าจอพ่วงด้วยเสียงก่อกแก่กรัวไม่หยุด เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมยังไม่รู้สึกอะไร กระทั่งเสียงเริ่มดังขึ้น ทั้งยังมีคำด่าปนแทรกเข้ามา กวนสมาธิจนทำงานต่อไม่ไหว ผมจึงเงยหน้าจากจอแลปทอปของตัวเองเหลือบมองสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมบ้าน หากแต่เสียงรบกวนไม่ปราณี

ผมส่งเสียงเรียกเขาสองสามคำ คนข้างๆ สะกิดก็แล้ว ยังไม่รู้สึกตัว ผมจึงไปยืนข้างๆ มองว่าในจอนั้นมันมีอะไรนักหนา

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -5-

不打擾 – don’t want to bother
[張起靈*吳邪]

_________________________________

 

ช่วงวินาทีที่ความอดทนและความเหนื่อยล้าแตะถึงเพดาน แม้กระทั่งการหายใจก็ดูเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก อุณหภูมิในร่างกายขึ้นสูง ผิวหนังรู้สึกเย็นชื้นเหงื่อ ตามมาด้วยอาการหน้ามืด ผมเดินย่างแต่ละก้าวด้วยความสนิทชิดเชื้อกับทุกลำต้นที่ใช้ในการช่วยพยุงร่างไม่ให้ล้มไปเสียก่อน ประสาทตาก็เริ่มไม่โฟกัส เห็นเป็นแผ่นหลังเมินโหยวผิงด้านหน้าเลือนๆ ที่ดูเหมือนจะจงใจเดินช้าลงเพื่อรอผม กับแผ่นหลังของนายอ้วนที่อยู่ไกลๆ เมื่อทั้งคู่ยังอยู่ในระยะสายตา ผมตัดสินใจยืนนิ่งสักพักเพื่อสูดหายใจเข้าลึก อากาศในป่าบริสุทธิ์มากก็จริง ถ้าไม่ใช่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็พอจะมีอารมณ์ชื่นชมธรรมชาติอยู่หรอก

เมินโหยวผิงยืนถัดไปจากผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นายอ้วนเองก็เหมือนจะเดินกลับมาดูอาการด้วยแม้จะยังมึนตึงกับผมอยู่ ทันใดนั้น ผมเห็นร่างของตัวเองจากทางหางตา กำลังล้มลงบนพื้น

ยังไม่ทันได้รู้ตัว ผมก็วิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี ลืมสิ้นทุกความเจ็บปวด ก้มประคองร่างตัวเองขึ้นมาตรวจเช็คการหายใจ

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -4-

迷路 – Lost
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ความปวดแปลบไปทั่วทั้งตัวคือสิ่งแรกที่ผมรู้สึกหลังจากที่ลืมตาขึ้นมา ท้องฟ้าเบื้องหน้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม เม็ดฝนเริ่มตกปรอยปราย ผมคงจะตื่นเพราะความหนาวชื้น ยังไม่กล้าขยับตัวลุกขึ้น ได้แต่ลองขยับตามแต่ละส่วนของร่างกายเพื่อตรวจดูว่ามีอะไรแตกหักหรือไม่ ส่วนที่ปวดช้ำที่สุดคงจะเป็นสะโพก กะพริบตาถี่ๆ เพื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่แปลกใจนัก ทุกจังหวะที่หล่นกระแทกพื้นเป็นสะโพกตลอด กระดูกไม่หักก็ถือว่ายังมีบุญคุ้มตัวอยู่บ้าง พอขยับไหวก็เริ่มกะเผลกร่างตัวเองไปนั่งหลบเม็ดฝนใต้ร่มไม้ใหญ่ เปิดกระเป๋าสำรวจทรัพยากรที่มีแล้วก็ชะงัก ในมือของผมคือกระเป๋าของอวี๋อิน นึกอย่างไรก็ไม่ออกว่าไปสลับกันเมื่อไหร่ตอนไหน ในนี้ไม่มีอะไรมากนักด้วยเนื่องจากของกินส่วนใหญ่อยู่ในกระเป๋าของผม ซึ่งตอนนี้คิดในแง่ดีว่าคงอยู่กับอวี๋อิน อย่างน้อยก็พอโล่งใจได้ว่าหมอนั่นคงยังไม่อดตายไปอีกหลายวัน ในขณะที่กระเป๋าในมือผมอยู่ได้อย่างเก่งก็คงเย็นวันรุ่งขึ้น

ฝนตกหนักขึ้นยิ่งลำบากในการก่อกองไฟกลางแจ้ง ทำได้เป็นกองเล็กๆ ทั้งยังต้องจุดใหม่อยู่เรื่อยทำเอาน่ารำคาญใจไม่น้อย ด้วยสภาพร่างกายที่แทบไม่อยากกระดิกตัว ผมก็เผลอหลับด้วยความเพลียไปก่อนที่จะทันได้คิดอะไรต่อ

Continue reading