[Daomu fanfiction] The Traveller – 2

超現實 – Surreal
_________________________________

ไอ้วันสองวันที่ว่านี่มันเมื่อไหร่กัน….

 

ผมนั่งอย่างเบื่อหน่ายกับสภาพการคุมขังที่เข้มงวดมากขึ้น เวรยามที่เคยมาเฝ้าบ้างไม่เฝ้าบ้างกลับมีมาทุกวัน วันหนึ่งผลัดเวรกันสองถึงสามรอบ แต่ละรอบอาจจะคนหนึ่งหรือสองคน จำนวนคนไม่มีผลอะไรกับเท่าไหร่นัก เพราะตราบใดที่มันยังนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้อง ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ไม่มีความกล้าพอที่จะวางเดิมพันย่องออกไปตอนมันหลับ ในสภาพนี้ต่อให้แก้มัดที่มือและขาได้ ผมก็สู้มันไม่ได้ โชคดีที่หัวหน้าหัวเน่าครั้งก่อนที่เล่นงานผมเสียหนักยังใจดีฝากยากินยาทามาให้ลูกน้องคอยทำแผลให้ ช่างบริการดีไม่มีที่ติ หากจะถามว่าทำไมไม่สงสัยว่ายาไว้ใจได้หรือไม่ ผมมีเหตุผลดีๆ อยู่ข้อสองข้อนะ

หนึ่ง หน้าตายาก็พาราเซตามอลเหมือนที่ผมเคยกินเป๊ะ

สอง ที่หลอดยาทาก็ตัวเดียวกับที่นายอ้วนซื้อติดบ้านไว้ให้ ผมเห็นมันจนชินตา

ถ้าเกิดจะลงทุนสอดไส้มา ปั๊มอัดเม็ดยากันมาล่ะก็… ผมก็ควรจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ต้องอยู่ให้ลำบากสังคมผู้ก่อการร้าย

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -1-

The Iron Triangle
_______________________________

ถนนสายเล็กแทบจะกลายเป็นถนนคนเดิน ผู้คนพลุกพล่านทำให้รถส่วนบุคคลส่วนใหญ่เลี่ยงการจราจรในถนนสายนี้ ทำให้ร้านรวงตั้งขายของกินริมทางเกยมาถึงระยะถนน สองข้างเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่แทบจะทั้งแถบ บรรยากาศดูเหมือนจะเงียบก็ไม่ใช่ เอะอะก็ไม่เชิง ฝั่งของกินเสียงคุยก็ดังหน่อย ฝั่งร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่มีแต่เสียงจากจอทีวี ไร้ผู้คนมายืนจอแจด้านนอก มีแต่คนผลุบหายเข้าไปในร้านเป็นระยะเท่านั้น ดูเหมือนว่าเกมส์ออนไลน์กำลังฮิตมากจริงอย่างที่นายอ้วนว่า

หากถามว่าวันนี้พวกเรามาทำอะไร คงตอบได้ว่า ´ทีแรก´ ตั้งใจจะมาซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไปยืนฟังคนขายพล่ามคุณสมบัติที่ผมฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างอยู่เกือบชั่วโมง รู้แบบนี้ควรให้เพื่อนผมสมัยเรียนคณะเดียวกันมาช่วยซื้อให้น่าจะง่ายกว่า แล้วยิ่งพอบอกว่าจะซื้อไปใช้เล่นเกมส์ พนักงานขายก็เชียร์รุ่นที่สูงขึ้นไปอีก แพงเข้าไปกันใหญ่ ทั้งยังการเล่นเกมส์สมัยนี้ใช้วิธีเข้าสู่ระบบด้วยการเสียบการ์ด ไม่ใช่วิธีการพิมพ์เอาอย่างเมื่อก่อนแล้ว ทำให้ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม … และผมคิดว่านี่มันออกจะมากไปหน่อยสำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์สามเครื่องรวดในทีเดียวเพื่อการเล่นเกมส์ที่ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรสักนิด

ผมเดินนำออกจากร้านโดยไม่สนใจสายตาก่นด่าของพนักงานขายที่พูดพล่ามให้ผมฟังเป็นนานสองนาน พอออกมาได้กลิ่นของกินสองข้างทางก็แวะสุ่มเอาสักร้าน ตรงข้ามร้านข้าวเป็นอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีทีวีจอใหญ่เบิ้มอยู่ด้านหน้า ดูเหมือว่ากำลังจะมีแข่งเกมส์อะไรบางอย่าง เสียงจากเครื่องเสียงดังขึ้นกว่าปกติ เรียกฝูงชนทั้งจากในร้านและที่นั่งกินข้าวกันอยู่มาออกันหน้าร้าน เงยหน้ามองจอทีวีขนาดยักษ์ที่กำลังถ่ายทอดสดกันอย่างตั้งอกตั้งใจ นายอ้วนได้ยินคนในร้านพูดกันยิ่งสนใจ หยิบของกินใส่ปากแล้ววิ่งไปร่วมวงด้วยเฉย ทิ้งให้ผมอยู่กับกับข้าวแทบล้นโต๊ะและเมินโหยวผิงที่นั่งเคี้ยวเงียบๆ

Continue reading

[Daomu fanfiction] Game Over -prologue-

The start button

_______________________________

เสียงเอฟเฟคผ่านลำโพงจิ๋วสองฝั่งของหน้าจอพ่วงด้วยเสียงก่อกแก่กรัวไม่หยุด เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมยังไม่รู้สึกอะไร กระทั่งเสียงเริ่มดังขึ้น ทั้งยังมีคำด่าปนแทรกเข้ามา กวนสมาธิจนทำงานต่อไม่ไหว ผมจึงเงยหน้าจากจอแลปทอปของตัวเองเหลือบมองสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมบ้าน หากแต่เสียงรบกวนไม่ปราณี

ผมส่งเสียงเรียกเขาสองสามคำ คนข้างๆ สะกิดก็แล้ว ยังไม่รู้สึกตัว ผมจึงไปยืนข้างๆ มองว่าในจอนั้นมันมีอะไรนักหนา

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -5-

不打擾 – don’t want to bother
[張起靈*吳邪]

_________________________________

 

ช่วงวินาทีที่ความอดทนและความเหนื่อยล้าแตะถึงเพดาน แม้กระทั่งการหายใจก็ดูเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก อุณหภูมิในร่างกายขึ้นสูง ผิวหนังรู้สึกเย็นชื้นเหงื่อ ตามมาด้วยอาการหน้ามืด ผมเดินย่างแต่ละก้าวด้วยความสนิทชิดเชื้อกับทุกลำต้นที่ใช้ในการช่วยพยุงร่างไม่ให้ล้มไปเสียก่อน ประสาทตาก็เริ่มไม่โฟกัส เห็นเป็นแผ่นหลังเมินโหยวผิงด้านหน้าเลือนๆ ที่ดูเหมือนจะจงใจเดินช้าลงเพื่อรอผม กับแผ่นหลังของนายอ้วนที่อยู่ไกลๆ เมื่อทั้งคู่ยังอยู่ในระยะสายตา ผมตัดสินใจยืนนิ่งสักพักเพื่อสูดหายใจเข้าลึก อากาศในป่าบริสุทธิ์มากก็จริง ถ้าไม่ใช่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็พอจะมีอารมณ์ชื่นชมธรรมชาติอยู่หรอก

เมินโหยวผิงยืนถัดไปจากผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นายอ้วนเองก็เหมือนจะเดินกลับมาดูอาการด้วยแม้จะยังมึนตึงกับผมอยู่ ทันใดนั้น ผมเห็นร่างของตัวเองจากทางหางตา กำลังล้มลงบนพื้น

ยังไม่ทันได้รู้ตัว ผมก็วิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มี ลืมสิ้นทุกความเจ็บปวด ก้มประคองร่างตัวเองขึ้นมาตรวจเช็คการหายใจ

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -4-

迷路 – Lost
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ความปวดแปลบไปทั่วทั้งตัวคือสิ่งแรกที่ผมรู้สึกหลังจากที่ลืมตาขึ้นมา ท้องฟ้าเบื้องหน้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม เม็ดฝนเริ่มตกปรอยปราย ผมคงจะตื่นเพราะความหนาวชื้น ยังไม่กล้าขยับตัวลุกขึ้น ได้แต่ลองขยับตามแต่ละส่วนของร่างกายเพื่อตรวจดูว่ามีอะไรแตกหักหรือไม่ ส่วนที่ปวดช้ำที่สุดคงจะเป็นสะโพก กะพริบตาถี่ๆ เพื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่แปลกใจนัก ทุกจังหวะที่หล่นกระแทกพื้นเป็นสะโพกตลอด กระดูกไม่หักก็ถือว่ายังมีบุญคุ้มตัวอยู่บ้าง พอขยับไหวก็เริ่มกะเผลกร่างตัวเองไปนั่งหลบเม็ดฝนใต้ร่มไม้ใหญ่ เปิดกระเป๋าสำรวจทรัพยากรที่มีแล้วก็ชะงัก ในมือของผมคือกระเป๋าของอวี๋อิน นึกอย่างไรก็ไม่ออกว่าไปสลับกันเมื่อไหร่ตอนไหน ในนี้ไม่มีอะไรมากนักด้วยเนื่องจากของกินส่วนใหญ่อยู่ในกระเป๋าของผม ซึ่งตอนนี้คิดในแง่ดีว่าคงอยู่กับอวี๋อิน อย่างน้อยก็พอโล่งใจได้ว่าหมอนั่นคงยังไม่อดตายไปอีกหลายวัน ในขณะที่กระเป๋าในมือผมอยู่ได้อย่างเก่งก็คงเย็นวันรุ่งขึ้น

ฝนตกหนักขึ้นยิ่งลำบากในการก่อกองไฟกลางแจ้ง ทำได้เป็นกองเล็กๆ ทั้งยังต้องจุดใหม่อยู่เรื่อยทำเอาน่ารำคาญใจไม่น้อย ด้วยสภาพร่างกายที่แทบไม่อยากกระดิกตัว ผมก็เผลอหลับด้วยความเพลียไปก่อนที่จะทันได้คิดอะไรต่อ

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -3-

你的世界 – Your world
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ผมสะดุ้งตื่นจากเสียงย่ำใบไม้ภายนอกเต็นท์ ลุกขึ้นมาแง้มดูเห็นเหยียนเหล่ยยืนพะวักพะวนอยู่แถวกองไฟจึงผุดลุกขึ้นออกไปหา พร้อมกันนั้นอวี๋อินก็ออกมาจากเต็นท์อีกด้าน เหยียนเหล่ยบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำ ผมกับอวี๋อินก็ทำท่าแยกย้ายจะไปนอนก่อนที่เพื่อนจะดึงแขนพวกเราเอาไว้เพื่อขอให้ไปเป็นเพื่อน

“คนเดียวก็พอมั้ง…” อวี๋อินบอก ท่าทางอยากกลับไปนอนเต็มแก่

“งั้นไปกับอาอินเถอะ ฉันไปนอนต่อล่ะ” ผมพูดปัดให้พ้นตัวอย่างง่ายดาย ไม่สนใจอวี๋อินที่ทำหน้ายุ่ง

“ไม่ต้องแย่งกันไปเป็นเพื่อนได้ไหม ฉันซึ้งจะร้องไห้แล้ว” เหยียนเหล่ยพูดเสียงน้อยใจ หมอนี่ตัวใหญ่กว่าผมกับอวี๋อินรวมกันเสียอีก ไม่เข้าใจว่าที่นี่มีอะไรน่ากลัวนัก

“นายนี่ใจมดเหมือนเดิม กล้ามใหญ่ๆ นี่น่าจะช่วยอะไรนายได้บ้างนะ” อวี๋อินว่าพลางบีบท่อนแขนล่ำนั้น “ไปๆ ไปให้เสร็จๆ ไป ฉันจะได้กลับไปนอนเสียที” ไม่วายมืออีกข้างคว้าผมไปด้วยเสียอีก

เราเดินพ้นจากบริเวณที่พักมาเล็กน้อยผมก็เอ่ยปาก “แถวนี้แหละ นายจะไปไหนไกลๆ ทำไม”

“ไปอีกนิดเถอะ ขอตรงนั้น” มองตามนิ้วของเหยียนเหล่ยไปแล้วรู้สึกไม่เข้าที

“ไกลไปแล้วไอ้บ้า” อวี๋อินว่าซึ่งผมเห็นด้วย “แถวนี้ก็พอ ที่จริงถ้านายไม่เรื่องมาก หลังเต็นท์นายยังได้เลย”

“นายไม่เข้าใจ”

Continue reading

[Daomu fanfiction] 连接 -2-

我已习惯 你总在我的边 – I am used to have you always on my side
[張起靈*吳邪]
_________________________________

ผมยืนหน้ามู่ทู่อยู่ที่สนามบินเฉินตูตอนเจ็ดโมงเช้ากับเพื่อนอีกสองคน ฮุ่ยจื่อเป็นผู้ชายหุ่นดี ใส่เสื้อยืดยังเห็นกล้ามเป็นลอน ทับด้วยแจ๊คเกตหนังสีน้ำตาลเข้มอย่างกับหลุดออกมาจากนิตยสาร หัวยุ่งเหมือนคนยังไม่ตื่นแม้หน้าตาจะแจ่มใส กระเป๋าหมอนี่ใบใหญ่เป็นสองเท่าของของผมตามแบบฉบับหนุ่มเจ้าสำอางค์ นิยามว่าเป็นฮุ่ยจื่อแบรนด์เนม ส่วนหลวนฮว่านยืนดูดกาแฟเย็นหน้าตายังไม่ตื่นพอกัน อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเท่าเข่าสีมอซอตามบุคคลิกลุยๆไม่เรื่องมาก ผ้าใบสีตุ่นมีรอยขาดสองสามจุด สองคนนี้มายืนคู่กันอย่างกับมาจากคนละโลก พอพิจารณาเสื้อผ้าของทั้งคู่แล้ว ผมเหมือนเป็นเส้นแบ่งของความพอดีอยู่ตรงกลาง ต่างตรงที่ของผมมันดูมืออาชีพยังไงก็ไม่รู้ นึกถึงของในกระเป๋าที่นายอ้วนช่วยเตรียมมา ทุกอย่างใช้งานได้จริง ไม่มีของฟุ่มเฟือยอยู่เลยสักกะผีก แถมยังมีพวกเนื้ออัดแห้งมาเผื่อฉุกเฉินอีกด้วย เห็นทีถ้าได้โอกาสเหมาะๆต้องทิ้งของในเป้บ้าง จะได้ดูเป็นคนปกติมาขึ้น

ยืนหน้าง่วงกันอยู่สามคนไม่นานนักอวี๋อินก็เดินมาสมทบ มาถึงก็ทำหน้าเพลีย บ่นอุบว่าเกือบตกเครื่องเพราะพวกพ่อๆและน้องชายของเขา
Continue reading